นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ทายาทรุ่นที่ 3 ของกลุ่มปัญจทรัพย์ ที่มีประการณ์ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากว่า 65 ปี เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าภายในไตรมาส 1 ปี 2565 หลักทรัพย์ของบริษัทจะสามารถกลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ซึ่งล่าสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติในขั้นตอนสุดท้ายจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
ทั้งนี้ ในระยะ 2-3 ปีจากนี้ บริษัทจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบเป็นหลัก เนื่องจากมองว่าคอนโดมิเนียมยังเหลือขายอยู่ในตลาดอีกมาก ในขณะเดียวกันเนื่องจากในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ในฐานะรุ่นที่ 3 ของกลุ่มปัญจทรัพย์ ได้มีการพัฒนาโครงการหลากหลายรูปแบบ ในลักษณะกึ่งธุรกิจเพื่อการลงทุน (โฮลดิ้ง) แต่จะให้น้ำหนักไปที่พัฒนาที่อยู่อาศัย ประกอบกับรายได้ของบริษัทขณะนี้ยังไม่ถึง 1,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทวางแผนในระยะ 3-5 ปีจากนี้ จะเติบโตได้ปีละ 30-50% เน้นพัฒนาโครงการที่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้กับลูกหลานต่อไปได้ โดยในการพัฒนาโครงการจะให้ความสำคัญกับการศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยในทำเลที่จะพัฒนาเป็นสำคัญ

สำหรับแผนงานในปีนี้ จะเปิดตัว 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 1 โครงการ 2,700 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดขายในช่วงปลายปีนี้ และอีก 2 โครงการ ใน จ.อุดรธานี มูลค่ารวม 500 ล้านบาท โดยเน้นพัฒนาโครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ เป็นหลักเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่นิยมสร้างบ้านเอง ที่ปัจจุบันถือว่าเป็นตลาดใหญ่มาก มีมูลค่ารวมมากกว่า 200,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันบริษัทยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย และถือเป็นโครงการมาสเตอร์พีซของบริษัท ประกอบด้วยโครงการวนา เรสซิเดนซ์ พระราม 9-ศรีนครินทร์ มูลค่าโครงการ 1.9 พันล้านบาท ล่าสุดอยู่ระหว่างเปิดขายเฟสสุดท้าย เป็นบ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่ขนาด 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 492 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 35-50 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะปิดการขายพร้อมรับรู้รายได้ในปีนี้ รวมถึงโครงการต้นสน วัน เรสซิเดนซ์ คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ สูง 29 ชั้น จำนวน 80 ยูนิต ติดรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีชิดลม มูลค่าโครงการกว่า 2.8 พันล้านบาท ล่าสุดมียอดขายแล้วกว่า 80% คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ลูกค้าเข้าอยู่ได้ภายในต้นปี 2566

รวมถึงยังมีโครงการไวโอ แคราย 1 คอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง มูลค่าโครงการกว่า 300 ล้านบาท โครงการคอนโดมิเนียมไวโอ แคราย 2 ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท โครงการบ้านรชยา บ้านช้าง อุดรธานี มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท โครงการบ้านรชยา บ้านช้าง 2 อุดรธานี มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท และโครงการนาดี จ.อุดรราชธานี มูลค่าโครงการกว่า 200 ล้านบาท
โดยบริษัทตั้งเป้าผลประกอบการปีนี้ มียอดรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ 1 พันล้านบาท ขณะที่ปี 2566 คาดว่าจะเป็นปีที่บริษัทมียอดรับรู้รายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในโครงการต้นสน วัน เรสซิเดนซ์