นายองอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนดำนินธุรกิจคอนโดมิเนียมในปีนี้บริษัทจะเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด 18 โครงการ มูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการราคาที่เข้าถึงง่าย ซึ่งอยู่ที่ 30,000-60,000 บาทต่อตร.ม. หรือไม่ถึง 2 ล้านบาทต่อยูนิต จำนวน 12 โครงการ โครงการระดับกลาง 4 โครงการ ราคาเริ่มต้นกว่า 2 ล้านบาทต่อยูนิต ประกอบด้วย 3 แบรนด์เรือธง คือ คอนโด มี, เดอะมูฟ และเดอะเบส ส่วนอีก 2 โครงการระดับบน
“ภาพรวมเศรษฐกิจมีทิศทางค่อยๆ ดีขึ้นตั้งแต่ปีนี้ หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 และปัจจุบันผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว เพราะคนไทยส่วนใหญ่ฉีดวัคซีนแล้ว และแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านโครงการเมกะโปรเจ็กต์ และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะที่การท่องเที่ยวตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยจะค่อยๆ ฟื้นตัว คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทยได้ 3 ล้านคน และตลาดอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาฟื้นตัวด้วย ทำให้บริษัทพร้อมรุกขยายคอนโดโครงการใหม่เพิ่มขึ้น”
บริษัทตั้งเป้าหมายปีนี้จะมียอดพรีเซล 14,000 ล้านบาท เติบโต 26% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และยอดโอนอยู่ที่ 13,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วมียอดพรีเซลที่ 11,100 ล้านบาท ยอดโอน 14,2000 ล้านบาท มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 10% อย่างไรก็ดี บริษัทวางเป้าหมายในธุรกิจคอนโดฯ ภายใน 3 ปี จะมียอดขายรวม 70,000 ล้านบาท ยอดพรีเซลอยู่ที่ 58,000 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทที่ยอดขายรวมไว้ 120,000 ล้านบาท