นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัม ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2565 ต้องเผชิญความไม่มั่นคงทั้งโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน รวมถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้บริษัทตระหนักถึงการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจแบบเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพหุจักรวาลในหลากหลายธุรกิจของออริจิ้น ทั้งบ้านจัดสรร ธุรกิจด้านสุขภาพ อี-คอมเมิร์ซ และธุรกิจโรงแรมที่กำลังจะพลิกฟื้นกลับมา ควบคู่กับธุรกิจให้บริการ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจภายใต้กลุ่มออริจิ้นกว่า 100 บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรม ภายใต้เป้าหมายในปี 2568 มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ต แคป) ของทั้งกลุ่มจะสู่ระดับ 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบัน 4 หมื่นล้านบาท
และมี 6 บริษัทในกลุ่มที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จากปัจจุบันมี 2 บริษัทคือ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งพัฒนาบ้านจัดสรรแนวราบ
ส่วนในปีนี้ต่อเนื่องปี 2566 จะมีอีก 2 บริษัทที่เตรียมระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด ให้บริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร และ บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ อาทิ โรงแรม สำนักงาน และค้าปลีก
ขณะที่ บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด ซึ่งร่วมทุนกับ บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอุตสาหกรรม เช่น คลังสินค้า โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีเป้าหมายพื้นที่ภายใต้บริหารจัดการกว่า 1 ล้านตร.ม. ภายในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 1.55 แสนตร.ม. ในสิ้นปี 2564 ซึ่งจะสนับสนุนเป้าหมายให้ออริจิ้นมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนอกเหนือจากขายที่อยู่อาศัยที่ 30% จากปัจจุบันมีสัดส่วน 10%
อย่างไรก็ดี ออริจิ้นฯ มีจุดแข็งเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย ทำให้ในปี 2564 บริษัทมียอดขายและยอดรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและคอนโดมิเนียมให้ลูกค้าสูงเป็นประวัติการณ์ตลอดการดำเนินธุรกิจ 13 ปี โดยยอดขายที่ 3.02 หมื่นล้านบาท และรายได้ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,194 ล้านบาท
ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทมีเปิดตัว 18 โครงการใหม่ เป็นคอนโดฯ และบ้านจัดสรรในสัดส่วนเท่ากัน และสามารถสร้างยอดขายโครงการใหม่ได้ถึง 60% ซึ่งน่าจะสูงสุดในวงการอสังหาริมทรัพย์ท่ามกลางปัจจัยลบจากการแพร่ระบาดรุนแรงของโควิด สายพันธุ์เดลตา โดยเป็นความสำเร็จจากการนำบริการต่างๆ ของธุรกิจโรงแรมเข้าไปสนับสนุนการขายโครงการที่อยู่อาศัย และยังทำให้เกิดธุรกิจใหม่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากสินทรัพย์เสี่ยงมาสู่สินทรัพย์ที่มีโฉนด
ส่วนปี 2565 ยังคงตั้งเป้าเติบโตทุบสถิติทุกด้าน ตั้งแต่เปิดตัว 31 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 4.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 12 โครงการ รวมมูลค่า 1.34 หมื่นล้านบาท และคอนโดมิเนียม 19 โครงการ รวมมูลค่า 2.86 หมื่นล้านบาท โดยจะเติบโตทุกกลุ่มเป้าหมาย และแบรนด์ใหม่ เช่น ออริจิ้น เพลย์, ออริจิ้น เพลส และขยายทำเลใหม่ เช่น ฝั่งธนบุรี รวมถึงปีนี้จะมีโครงการออริจิ้น ทองหล่อ เวิลด์ มิกซ์ยูส มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีนี้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท และรายได้รวมที่ 1.75 หมื่นล้านบาท