นายอาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2564 เป็นปีที่หนัก จากสถานการณ์โควิด-19 แต่บริษัทยังแข็งแกร่งจากการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทุกระดับราคาและทุกทำเล ตลอดจนพัฒนาโครงการภายใต้การวิจัยความต้องการของลูกค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงใจที่สุดทำให้ปีที่แล้วบริษัทมียอดขาย 22,400 ล้านบาท เติบโต 12% แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 76% มิกซ์โปรดักซ์ 12% และทาวน์โฮม 12%

ทั้งยังปิดการขายไปได้ 11 โครงการ 20,700 ล้านบาท ในทุกระดับราคาตั้งแต่บ้านคณาสิริ 4 ล้านบาท ไปถึงบ้านแสนสิริราคาเริ่มต้น 80 ล้านบาท และโดยเฉพาะโครงการบูก้าน โยธินพัฒนา เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้นพร้อมสระว่ายน้ำและลิฟต์ จำนวน 14 ยูนิต รวมมูลค่า 700 ล้านบาท ราคาเริ่มที่ 40-80 ล้านบาท สามารถปิดการขายภายใน 4 เดือน ปัจจุบันโอนทั้งหมดแล้ว และมีผลให้ในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดโอน 1.8300 ล้านบาท ซึ่ง 70% มาจากบ้านเดี่ยว โดยเฉพาะบ้านระดับบนในกลุ่มเศรษฐสิริ-บุราสิริ ส่วนโครงการอณาสิริ 15% และทาวน์โฮม 13%

สำหรับปี 2565 มีแผนเปิดโครงการบ้านแนวราบรวม 28 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 3.9 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว 11 โครงการ ตั้งแต่แบรนด์บุราสิริ เศรษฐสิริ และนาราสิริ ราคาตั้งแต่ 8-50 ล้านบาท มิกซ์โปรดักส์ ภายใต้โครงการอาณาสิริ 5 โครงการ ซึ่งมีตั้งแต่ทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยว ราคาเริ่มที่ 2 ล้านบาท และทาวน์โฮม 12 โครงการ ราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาท ในจำนวนนี้จะมีสิริเพลส 8 โครงการ ซึ่งปีนี้จะมีบ้านซีรีส์ปารีส และอัมสเตอดัม

รวมถึงปีนี้ยังเปิดแบรนด์ใหม่เดมี่ สาธุประดิษฐ์ 49 ทาวน์โฮม 3 ชั้น ใจกลางเมือง ราคาเริ่มต้น 18.9 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดขายในเดือนมี.ค.นี้ โดยจะเห็นว่าครอบคลุมทุกระดับราคาและกระจายทุกทำเล ตั้งเป้ายอดขาย 2.4 หมื่นล้านบาท รายได้ 2.2 หมื่นล้านบาท

“ภาพรวมตลาดบ้านแนวราบปีนี้ยังเชื่อเติบโต สังเกตจากตั้งแต่ต้นปีนี้มีลูกค้าเข้ามาดูโครงการมากกว่าปีที่แล้ว เพียงแต่สถานการณด์ศรษฐกิจอาจทำให้ลูกค้ากู้ยากขึ้น แต่เชื่อโดยภาพรวมเชื่อมั่นว่าดี ส่วนภาพรวมการแข่งขันยังคงรุนแรง โดยรายใหญ่ทุกค่าย ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น ขณะที่บริษัทเน้นทำให้ดีและตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน