นายสุธี ลิมปนชัยพรกุล ประธานอำนวยการ บริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า หลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 พฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไปจากกลุ่มลูกค้าที่เคยสนใจซื้อคอนโดมิเนียม เปลี่ยนการตัดสินใจมาซื้อทาวน์โฮมเป็นบ้านหลังแรกมากขึ้น โดยไม่ใช่คอนโดมิเนียมอีกต่อไป เนื่องจากต้องการพื้นที่กว้างขึ้นเพื่อการอยู่อาศัยได้ในระยะยาว และยังรองรับการใช้พื้นที่สำหรับทำงานจากบ้าน หรือ Work from home ได้ด้วย

ทำให้ทาวน์โฮมเข้ามาเป็นตัวเลือกแรกๆ ของการเลือกและตัดสินใจซื้อ อีกทั้งยังให้ความสนใจกับการออกแบบที่ต้องปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย รวมถึงมีความปลอดภัยและโครงการอยู่ในทำเลที่สามารถเดินทางได้หลายรูปแบบทั้งระบบขนส่งสาธารณะ และ รถยนต์ส่วนตัว

สำหรับนายณ์ เอสเตท ซึ่งมุ่นเน้นการพัฒนาโครงการในรูปแบบบูทีค ทาวน์โฮม โดยให้ความสำคัญ 3 เรื่อง ทำเลกลางเมืองเดินทางสะดวก ดีไซน์สวย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่วัยทำงาน 25-40 ปี ในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งโครงการเฌอคูน สุขุมวิท 77 เป็นโครงการล่าสุด มูลค่าการลงทุนกว่า 700 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จส.ค.นี้ โครงการพัฒนาบนพื้นที่รวม 13 ไร่ แบ่งเป็น 3 เฟส เริ่มจากเฟส 1 ที่เพิ่งเปิดการขายทั้งหมด 45 แปลง มียอดขายแล้วกว่า 30% โดยราคาเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองแต่ได้พื้นที่การอยู่อาศัยที่มากกว่า ทำให้เป็นทางเลือกที่ดี และอยู่ในความสนใจของคนซื้อบ้าน

โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านราคา 5-7 ล้านบาท ที่ยังขยายตัวได้ดีในปีนี้ ซึ่งเป็นไปทิศทางเดียวกับข้อมูลวิจัยจาก คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ที่ระบุถึง ตลาดบูทีค ทาวน์โฮม ช่วงระดับราคา 5-7.5 ล้านบาท เป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยพบว่ามีปริมาณสินค้าที่อยู่ระหว่างการขาย 2,280 ยูนิต หรือคิดเป็น 6.9% ของจำนวนทาวน์โฮม ทั้งหมดในตลาด นับเป็นสัดส่วนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับช่วงระดับราคาอื่นๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน