นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้านยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ (นิวไฮด์) ที่ 6,328 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยบวกจากการพัฒนากลยุทธ์การขาย เพิ่มสินค้าใหม่และสร้างความแตกต่าง การบริหารจัดการให้มีสินค้าพร้อมขาย รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง
ประกอบกับความต้องการที่อยู่อาศัยในทุกระดับราคาของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดระดับกลาง ราคา 4-6 ล้านบาท และตลาดระดับบนขึ้นไปยังคงได้รับการตอบรับที่ดี สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของลูกค้าเริ่มฟื้นตัว ตั้งแต่ครึ่งปีหลัง 2564 ต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรก ปี 2565
นับเป็นการเติบโตที่ยอดเยี่ยมในทุกกลุ่มที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะสินค้าแนวราบในกลุ่มบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล โดยทำเลยอดนิยม โซนเหนือและตะวันออก รวมถึงต่างจังหวัด โดยเฉพาะ จ.ชลบุรี จ.ระยอง และ จ.ภูเก็ต

ขณะที่คอนโดมิเนียมที่เปิดใหม่และสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ก็สามารถทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ไตรมาส 1 มียอดขายที่ 2,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 และเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ในไตรมาส 1 บริษัทมียอดขายรวมที่ 8,852 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ ช่วง 3 เดือนแรก บริษัทได้เปิดตัวโครงการใหม่แล้วทั้งหมด 6 โครงการ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งเป็นโครงการแนวราบ 5 โครงการ และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่ารวม 11,010 ล้านบาท
สำหรับไตรมาส 2 บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด รวม 7 โครงการ มูลค่ารวม 9,700 ล้านบาท โดยยังคงเน้นเปิดโครงการแนวราบ 6 โครงการ กว่า 8,700 ล้านบาท โดยเฉพาะเตรียมเปิดตัวบ้านหรูแบรนด์ใหม่และคอนโดมิเนียม ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเจนเนอเรชั่นวาย ทำเลย่านฝั่งธนบุรี 1 โครงการ มูลค่า 1,000 ล้านบาท พร้อมมั่นใจปีนี้จะมีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จรวม 7 โครงการ เตรียมทยอยโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามแผน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายยอดขาย 28,000 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้ 29,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทำได้เกินจากเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 2 และช่วงครึ่งปีหลัง 2565 มองว่าเศรษฐกิจโดยรวมน่าจะเติบโตและมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทั้งในด้านความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่ออยู่ในระดับต่ำ รวมถึงตลาดมีการเปิดจัดแคมเปญและโปรโมชันที่น่าสนใจ
“ปี 2565 ยังเป็นปีที่ท้าทายและเป็นปีที่ดีต่อเนื่อง สำหรับบริษัทยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ตามแผนที่วางไว้ พร้อมปรับตัวก้าวผ่านทุกสถานการณ์ รวมทั้งสร้างสรรค์สินค้าและนวัตกรรมต่างๆ การบริการอย่างครบวงจร เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าต่อไป”