นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาในหมวดที่อยู่อาศัย 2 รายการ ประกอบด้วย ดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่ และดัชนีราคาห้องชุดใหม่ ที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงไตรมาส 1 ปี 2565 ทั้งนี้ พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ คือ ดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2565 มีค่าดัชนีเท่ากับ 127.3 โดยลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2564 แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พบว่า ดัชนีราคาบ้านจัดสรรเพิ่มขึ้น 0.4%

เมื่อจำแนกดัชนีราคาบ้านจัดสรรตามพื้นที่ พบว่า กรุงเทพฯ มีค่าดัชนีเท่ากับ 126.2 ลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่ 3 จังหวัดปริมณฑล มีค่าดัชนีเท่ากับ 128.4 ลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.6%

จากตัวเลขข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า ดัชนีราคาบ้านจัดสรรในไตรมาสนี้ได้เริ่มขยับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าเล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณทิศทางการเพิ่มของราคาบ้านจัดสรรที่เกิดจากแรงผลักด้านต้นทุนจากราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าจ้างแรงงาน และราคาที่ดินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

ส่วนการที่ดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่ที่อยู่ระหว่างการขายยังคงมีการลดลงอย่างต่อเนื่องนั้น สะท้อนว่า ผู้ประกอบการยังคงประเมินว่าผู้ซื้อในกลุ่มซื้อเพื่อความจำเป็นในการอยู่อาศัย (เรียลดีมานด์) ยังมีกำลังซื้อที่จำกัดจากสภาวะเศรษฐกิจซบเซาที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่องนานกว่า 2 ปี และยังถูกซ้ำเติมด้วยปัจจัยลบจากสถานการณ์สู้รบรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2565 ประสบกับภาวะเงินเฟ้อและภาระค่าครองชีพของประชาชนปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยอาจจะทำให้ภาพรวมการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีการปรับตัวลดลงจากการคาดการณ์เดิมที่ระดับ 3.5-4.5% และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของกลุ่มเรียลดีมานด์ ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักในตลาดบ้านจัดสรรสร้างใหม่ลดลงได้ในอนาคต

ขณะที่ดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขายในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2565 มีค่าดัชนีเท่ากับ 151.7 จุด ลดลง 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2563 แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพิ่มขึ้น 0.3% แสดงให้เห็นว่า ราคาห้องชุดใหม่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนค่าก่อสร้างใหม่ หลังจากที่ห้องชุดใหม่สร้างเสร็จเหลือขายในสต๊อกของผู้ประกอบการในราคาต้นทุนค่าก่อสร้างเดิมได้ถูกดูดซับจากตลาดไปมากพอสมควรแล้ว

ส่วนการที่ราคาห้องชุดใหม่ยังมีการลดลงต่อเนื่องเป็นผลกระทบภาวะปริมาณห้องชุดที่เปิดขายในตลาดที่ยังคงหดหายไปจากกำลังซื้อชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนที่ยังไม่เปิดประเทศให้เดินทางมาประเทศไทย รวมทั้งการหดหายไปของกำลังซื้อในกลุ่มนักลงทุนและนักเก็งกำไรที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศมาตรการแอลทีวีของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงที่ผ่านมา และแม้ว่า ธปท.จะได้ผ่อนคลายมาตรการแล้ว แต่กำลังซื้อส่วนใหญ่ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

อย่างไรก็ตาม จากปัญหายอดขายห้องชุดที่หดตัวลง ทำให้ผู้ประกอบการชะลอการเปิดขายโครงการอาคารชุดใหม่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (ปี 2563-2564) ส่งผลดีทำให้เกิดการลดปริมาณห้องชุดส่วนเกินในตลาดอาคารชุดสร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ในไตรมาส 1 ปี 2565 เมื่อแยกตามพื้นที่ พบว่ากรุงเทพฯ มีค่าดัชนีเท่ากับ 153.2 จุด ลดลด 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่วน 2 จังหวัดปริมณฑล มีค่าดัชนีเท่ากับ 144.1 จุด ลดลง 0.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่รายการส่งเสริมการขายห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขายในไตรมาสนี้พบว่า ส่วนใหญ่ 53.5% จะให้ส่วนลดเงินสดหรืออยู่ฟรี 1-2 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีสัดส่วนเพียง 28.3% รองลงมา 24.3% เป็นการให้ของแถม โดยลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งมีสัดส่วน 45% และ เป็นการให้ส่วนลดฟรีค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ 22.3% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้าที่มีสัดส่วน 26.7

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน