นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2565 โดยรายได้ของบริษัทสร้างสถิติสูงสุดใหม่ที่ 322.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 52.05 ล้านบาท ซึ่งหากไม่นับรวมกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน 105 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นในช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2565 เป็นสถิติสูงสุดใหม่เช่นเดียวกัน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

โดยผลการดำเนินงานที่เติบโตดีกว่าที่คาดอย่างมีนัยสำคัญ มาจากโครงการวนา เรสซิเดนซ์ พระราม 9-ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ บนทำเลกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ สามารถทำยอดโอนกรรมสิทธิ์มากกว่า 300 ล้านบาท เนื่องจากได้รับความสนใจจากลูกค้าเข้าเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่องพร้อมตัดสินใจซื้อทันที หลังจากราคาที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนค่าก่อสร้าง

สำหรับภาพรวมความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะผู้บริโภคที่มองหาบ้านระดับบนพบว่ามีความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมโครงการเพิ่มขึ้น ส่วนผู้บริโภคที่มองหาบ้านระดับกลางคาดว่ากำลังซื้อจะทยอยฟื้นตัว โดยจะได้รับผลดีจากผู้บริโภคที่เคยชะลอการตัดสินใจเพื่อรอราคาที่เหมาะสมกลับมาซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงนี้อีกครั้ง เพราะรับรู้แล้วว่าราคาบ้านมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนค่าก่อสร้าง ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ยังอยู่ในระดับต่ำและยังได้รับสิทธิประโยชน์จากการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนรวมถึงค่าจดจำนองจากภาครัฐ

ทำให้บริษัทเตรียมทยอยเปิดโครงการใหม่ในปีนี้รวม 3 โครงการ พร้อมปรับเพิ่มมูลค่าโครงการรวมเป็น 4,570 ล้านบาท จากเดิม 3,200 ล้านบาท เนื่องจากพัฒนาโครงการบนที่ดินขนาดใหญ่ขึ้น โดยล่าสุดในเดือนมิ.ย.นี้เตรียมเปิดโครงการ ?บ้านรชยา ประชาสันติ จ.อุดรธานี เป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ราคา 2-4 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 270 ล้านบาท

ส่วนในช่วงไตรมาสสุดท้ายเตรียมเปิดโครงการบ้านจัดสรร ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ในกรุงเทพฯ มูลค่าโครงการ 2,700 ล้านบาท และโครงการบ้านจัดสรรในจ.อุดรธานี อีก 1 โครงการ มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท รวมถึงยังวางแผนขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำผลการดำเนินงานในปีนี้มียอดรับรู้รายได้ 1,000 ล้านบาท และมุ่งสู่เป้าหมายยอดรับรู้รายได้ 5,000 ล้านบาท ภายในปี 2569

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ได้ซื้อที่ดินใหม่ 1 แปลง และเตรียมงบลงทุนกว่า 700 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2 แปลง ในทำเลกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและปริมณฑล เนื้อที่ตั้งแต่ 8-50 ไร่ สำหรับรองรับแผนพัฒนาโครงการใหม่ในปี 2566 เพื่อผลักดันการเติบโตในระยะยาวตามเป้าหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน