นายขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย กรรมการบริหาร บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากว่า 5 ปี ปัจจุบันบริหารมาแล้วกว่า 15 โครงการ โดยปีนี้แบรนด์อัลติจูด จะพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยครอบคลุม 12 กลุ่มเป้าหมาย
และเตรียมออกจากการเป็นผู้ประกอบการรายเล็กอย่างสมบูรณ์ จากเป้าหมายการรับรู้รายได้ปีนี้ที่ 3 พันล้านบาท ใน 7 โครงการพร้อมอยู่พร้อมโอน ประกอบด้วย อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ, อัลติจูด ซิมโฟนี่ เจริญกรุง, อัลติจูด คราฟ บางนา, อัลติจูด ฟอเรสต์ อารีย์-โมนูเมนต์, อัลติจูด ฟอเรสต์ รัชดา, อัลติจูด มาสเตอรี่ สุขุมวิท, และ อัลติจูด ฟอเรสต์ อ่อนนุช-บางนา
นอกจากนี้ บริษัทยังมีพันธมิตรด้านอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน จำนวนมากกว่า 200 คน คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นกว่า 34% จากปี 2564 ซึ่งล้วนให้ความสนใจกับทุกโครงการของอัลติจูดเป็นอย่างมาก
ด้านนายชยพล หรรรุ่งโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากการที่ไทยสามารถเปิดประเทศได้ คาดว่าจะมีกำลังซื้อจากในประเทศ รวมทั้งต่างประเทศให้กลับเข้ามา และส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น แม้จะมีภาวะของเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวกดดันภาวะเศรษฐกิจ
แต่การที่กิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศเริ่มดำเนินการได้ ภาคการท่องเที่ยวและส่งออกเริ่มฟื้นตัวได้ ในช่วงปลายปี 2565 จนถึงตลอดปี 2566 ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยกระเตื้องขึ้นได้บ้าง หลังจากซบเซามากว่า 3 ปี
เช่นเดียวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่บางตลาดลูกค้ายังมีกำลังซื้อ ทำให้ปีนี้บริษัทเตรียมเปิด 4 เซ็กเมนต์ใหม่ รวม 5 โครงการ ในไตรมาส 3-4 โดยล่าสุดเพิ่งเปิดตัวโครงการ อัลติจูด ฟอเรสต์ 2 ทำเล อ่อนนุช-บางนา รวม 2 เฟส 220 หลัง และ บางนา หลังเมกา บางนา 46 หลัง พัฒนาเป็นลักชัวรี่ พูลวิลล่า มีทั้งบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว มูลค่ารวม 2 พันล้านบาท ภายใต้แนวคิดให้ทุกวันคือวันพักผ่อน ทำงานไปด้วย และได้พักผ่อนที่บ้านไปด้วย และเป็นเพียง 2 โครงการที่ให้สระว่ายน้ำทุกหลัง ในราคาไม่ถึง 10 ล้านบาท สูงสุด 14.4 ล้านบาท ล่าสุดมียอดแล้ว 14 หลัง รวม 150 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเจาะตลาดใหม่ของบริษัทเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ การทำงานแบบไฮบริด
ขณะที่กลุ่มผู้มีความมั่งคั่ง (High Net Worth) ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานลูกค้าของบริษัท ที่ยังมีความต้องการบ้านเดี่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำเลในเมือง โดยปีนี้บริษัทจะมีโครงการคอลเล็กชั่น เจริญนคร ใกล้สะพานกรุงเทพ เป็นที่ดินหน้ากว้างติดแม่น้ำ 100 เมตร รวม 6 ไร่ พัฒนาเป็นโครงการบ้านเดี่ยวจำนวน 11 หลัง ขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านตั้งแค่ 750-1,500 ตร.ม. ราคา 100-400 ล้านบาท
รวมถึงยังมีโครงการมิกซ์ยูสด้านสุขภาพ ใน จ.เชียงใหม่ พื้นที่ 15.5 ไร่ ประกอบด้วยค้าปลีก และโรงแรมระดับไฮเอนด์ รวมถึงยังมีทาวน์เฮาส์ 2-3 ชั้น ที่ให้ประสบการณ์และฟังก์ชั่นใหม่กว่าเดิม ในราคา 3-5 ล้านบาท บนทำเล ถ.บางนา ด้วย