นายอังกูร ศีลาเทวากูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า จ.ราชบุรีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ทางแสนสิริ และกสศ. ได้พิจารณาและเห็นว่าพื้นที่ จ.ราชบุรีมีศักยภาพและเหมาะสมในการเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา

ทั้งนี้ จ.ราชบุรี มีกรอบแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดราชบุรี พ.ศ. 2566-2570 เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘เมืองเกษตรสีเขียว เศรษฐกิจเข้มแข็ง สังคมคุณภาพ’ ซึ่งการทำงานร่วมกันภายใต้โครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ผ่านการดำเนินงานของ กสศ. และแสนสิริ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจะสอดคล้องกับพันธกิจและประเด็นยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาจังหวัด ประกอบด้วย พันธกิจเสริมสร้างสังคมที่มีคุณภาพ ประชาชนมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง สู่การพัฒนาคนคุณภาพ เพื่อสร้างสังคมแห่งความสุข

โดย จ.ราชบุรี พร้อมให้ความร่วมมือกับโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ ในการพัฒนาออกแบบกลไกและนวัตกรรมการศึกษาในการช่วยเหลือดูแลเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงและเด็กที่หลุดนอกระบบการศึกษา เพื่อให้เด็กในจังหวัดราชบุรี หลุดนอกระบบต้องเป็น “ศูนย์” ภายใน 3 ปี และสามารถดูแลช่วยเหลือให้จำนวนเด็กนอกระบบเป็น “ศูนย์” ต่อไปได้ในระยะยาว
“ห้วงเวลานี้คือการเปลี่ยนผ่าน (Transform) และจังหวะของการลงมือทำเพื่อพาเด็กๆ กลับสู่การเรียนที่พัฒนาพวกเขาได้อย่างเต็มศักยภาพ เรียนได้ทันและเรียนรู้มากยิ่งกว่าที่พวกเขาเสียไป” รองผู้ว่าฯราชบุรี กล่าว

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริยึดมั่นและให้ความสำคัญกับความเสมอภาค, ความเท่าเทียมและการเข้าถึงได้ในทุกมิติเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย ที่เป็นประเด็นสำคัญทางสังคม และสามารถส่งผลกระทบต่อเยาวชนรวมถึงประเทศชาติในระยะยาว เราจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลงมือและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ระดมพลังคนไทยเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาเป็น ”ศูนย์” ให้ได้ใน 3 ปี นำร่องผ่าน ‘ราชบุรีโมเดล’ จังหวัดต้นแบบ

โดยเราตั้งเป้าที่จะลดจำนวนเด็กในช่วงวัยภาคบังคับ (ป.1-ม.3) ใน จ.ราชบุรี ที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้เหลือศูนย์ ด้วยการช่วยเหลือทั้งตัวเด็กเอง รวมทั้งช่วยสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ จะสร้างแรงกระเพื่อมให้คนไทย ภาครัฐและภาคส่วนอื่นๆ ลุกขึ้นมาช่วยเหลือเด็กทั้งประเทศไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา พร้อมสร้างรากฐานสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้า และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความเสมอภาค เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้กับประเทศ ให้การศึกษาและเด็กไทยอย่างยั่งยืน

จราชบุรี กสศ. และ แสนสิริ ขยายการดำเนินงานของโครงการสู่กลไกระดับจังหวัดและท้องถิ่น เปิดตัว “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี” จากการรวมพลัง 3 กลไกท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) อาสาสมัครการศึกษา (อสศ.) เพื่อฟื้นฟูเด็กๆ ทุกมิติ ครั้งแรกของไทย มุ่งดูแลและฟื้นฟูเด็กที่มีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษาและทำงานครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่ ด้านสุขภาพกาย-ใจ, การคุ้มครองทางสังคมและโอกาสทางการศึกษา ซึ่งการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และกลไกท้องถิ่นครั้งนี้ นับเป็นนวัตกรรมกลไลอาสาสมัคร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แบบ 3 in 1 ที่ริเริ่มที่ ราชบุรี เป็นจังหวัดแรกในเมืองไทย! โดยเชื่อว่านวัตกรรม “3 พลังอาสา จ.ราชบุรี” นี้ จะเป็นโมเดลต้นแบบที่จังหวัดอื่นๆ ในประเทศสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อขยายผลการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้ครอบคลุมทั่วประเทศได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

นายไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ในช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 1/2565 ที่ผ่านมา เรายังได้เข้าช่วยเหลือเด็กนักเรียนกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อระดับประถมศึกษาปีที่ 6 และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ใน จ.ราชบุรี ที่มีความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา จากผลกระทบทางเศรษฐกิจและจากสถานการณ์โควิด-19 รวมมากกว่า 700 คน ผ่านการมอบทุนการศึกษารวมมูลค่า 1,100,000 บาท ภายใต้โครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้กับเด็กและครอบครัวอีกด้วย และกสศ. เตรียมขยายผลสู่การดำเนินการระดับประเทศอย่างเป็นระบบต่อไปในอนาคต

“ปัญหาการศึกษาเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย และเป็นสาเหตุของหลายปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ แสนสิริเชื่อว่า การแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาจะนำไปสู่การสร้างรากฐานสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ กับ ‘ราชบุรีโมเดล’ จะเป็นโครงการนำร่องในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเด็กนอกระบบ และสามารถขยายผลต่อในจังหวัดอื่นๆ เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนเพื่อการศึกษาของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน” นายเศรษฐา กล่าวสรุป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน