นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรก 2565 บริษัททำยอดขายรวมได้แล้ว 1.83 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 52% จากเป้าหมายยอดขายทั้งปีนี้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท จากการเปิดโครงการรวม 15 โครงการ มูลค่ารวม 1.88 หมื่นล้านบาท โดยยอดขายหลักมาจากโครงการบ้านแนวราบ 1.27 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 74% จากยอดขายรวม 6 เดือน ด้วบการทยอยปิดการขาย 6 โครงการ บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ขณะที่ยอดขายคอนโดมิเนียม 5.6 พันล้านบาท ทั้งนี้ เฉพาะในไตรมาส 2 มียอดขายสูงถึง 1.11 หมื่นล้านบาท เติบโต 54% จากไตรมาสแรก ที่มียอดขาย 7.2 พันล้านบาท
ส่วนยอดโอนช่วงครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 1.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 40% จากเป้าหมายยอดโอน 3.5 หมื่นล้านบาท โดย 65% เป็นยอดโอนจากโครงการบ้านแนวราบ และ 35% เป็นยอดโอนคอนโดมิเนียม
นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทยังมียอดขายที่จะทยอยโอนในครึ่งปีหลังนี้อีก 1.05 หมื่นล้านบาท และหากดูในระยะยาว 3 ปี จะเห็นว่าตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนี้ไปถึงปี 2569 บริษัทยังมียอดขายที่จะทยอยโอนเพื่อรับรู้เป็นรายได้อีก 2.03 หมื่นล้านบาท ทำให้กลยุทธ์บริษัทจากนี้ จะต้องสร้างยอดขายสะสมจากคอนโดมิเนียม เพื่อที่จะไปทยอยโอนในปี 2566 และปีถัดๆ ไป
สำหรับความแข็งแกร่งของสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทในปัจจุบันอยู่ที่ราว 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นผลจากนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด บริษัทมีความระมัดระวังในการลงทุนเปิดโครงการใหม่ค่อนข้างมาก ในขณะเดียวกันก็หันไประบายสินค้าสร้างเสร็จพร้อมโอน ทำให้มีกระแสเงินสดกลับเข้าบริษัทพอสมควร ทำให้บริษัทสามารถตั้งรับในทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจากนี้ได้อย่างแข็งแกร่ง
สำหรับแผนการดำเนินงานครึ่งปีหลังนี้ จะมีอีก 31 โครงการที่เตรียมเปิดขาย มูลค่ารวม 3.12 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น บ้านแนวราบ 2.6 หมื่นล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมกว่า 5 พันล้านบาท โดยบ้านแนวราบ ซึ่งจะเปิดตัวเกือบทุกแบรนด์ในทุกกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย บ้านเดี่ยว 9 โครงการ โดยเฉพาะบนทำเลถนนกรุงเทพกรีฑา มีถึง 3 โครงการ บ้านนาราสิริ 50 ล้านบาทขึ้นไป จะเริ่มกลับมาเปิดตัวอีกครั้งในรอบ 10 ปี โครงการบุราสิริ ส่วนบูก้าน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีโครงการเศรษฐสิริ และ บุราสิริ ซึ่งเป็นแบรนด์บ้านเดี่ยวขายดีที่รองรับตลาดกลางบนด้วย ในขณะที่จะมีโครงการผสมผสานระหว่างทาวน์โฮมและบ้านแฝด ที่เปิดขาย 2 โครงการ ส่วนทาวน์โฮม มี 5 โครงการ ตั้งแต่แบรนด์สราญสิริ อนาสิริ สิริเพลส เป็นต้น
และอีก 15 โครงการเป็นคอนโดมิเนียม ใน 3 แบรนด์หลัก คือ เดอะเบส เดอะมูฟ และคอนโดมี ในหลายทำเลทั้งใกล้รถไฟฟ้า ทำเลวิวแม่น้ำ ทำเลใกล้แหล่งงานและแหล่งชุมชน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ ขอนแก่น เป็นต้น
นานอุทัย กล่าวอีกว่า จากภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลังน่าจะเริ่มกระเตื้องดีขึ้น จากปัจจัยเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวหลังเปิดประเทศ และนโยบายรัฐบาลที่ออกมาสนับสนุนและช่วยผลักดันให้ตลาดมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดบ้านเดี่ยวระดับบนยังเติบโตค่อนข้างดี อีกทั้งยังมีความต้องการของตลาดลูกค้าต่างชาติด้วย
ส่วนตลาดคอนโดมิเนียมไม่เพียงตลาดในประเทศ แต่ยังยังรวมถึงตลาดต่างชาติเริ่มกลับมาบ้างแล้ว หลังจากนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทย ทั้งท่องเที่ยวและทำงาน เฉลี่ย 30,000 คน/วัน ทำให้เริ่มมีกำลังซื้อต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน มีการซื้อบิ๊กล็อตทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยภาพรวม