นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2565 บริษัทมีรายได้รวม 6,596 ล้านบาท ลดลง 9% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 917.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และส่งผลให้ช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,220.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.66%

ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 10,883 ล้านบาท ลดลง 18.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยรายได้ที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการลด ส่วนกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจและให้เช่าตลอดจนธุรกิจบริหารโรงแรมตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว

สำหรับบยอดขายรวมช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมา อยู่ที่ 24,900 ล้านบาท คิดเป็น 71% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ 35,000 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายบ้านแนวราบ 18,600 ล้านบาท คิดเป็น 77% ของเป้าหมายยอดขายโครงการแนวราบทั้งปีนี้ที่ 24,000 ล้านบาท โดยที่โครงการบ้านแนวราบในกลุ่ม ลักชัวรี่คิดเป็นสัดส่วนยอดขายสูงถึง 54% ในขณะที่บ้านแนวราบราคาปานกลางก็ยังไปได้ดี สะท้อนถึงความต้องการบ้านแนวราบยังดีอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายอาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ล่าสุด โตคิว คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ร่วมทุนกับแสนสิริเพื่อพัฒนาโครงการบ้านแนวราบเป็นครั้งแรกในไทย ภายใต้โครงการบุราสิริ กรุงเทพกรีฑา เนื้อที่รวม 85 ไร่ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวนรวม 276 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 4,800 ล้านบาท

ซึ่งก่อนหน้านี้ โตคิวฯ มีการร่วมทุนคอนโดมิเนียมกับแสนสิริไปแล้ว 3 โครงการ และหลังจากนี้ยังมีแผนร่วมทุนโครงการบ้านแนวราบในตลาดบนกันต่อเนื่องอีก

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเปิดขายอย่างเป็นทางการสำหรับเฟสแรกจำนวน 87 ยูนิต มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท ในวันที่ 20-21 ส.ค.นี้ โดยช่วงเดือนก.ค. ที่ผ่านมา มีทั้งลูกค้าเก่า ซึ่งเคยซื้อบ้านของแสนสิริ บนทำเลกรุงเทพกรีฑาในช่วงแรกๆ ราคาไม่ถึง 10 ล้านบาท และเริ่มมีต่างชาติเช่าอยู่อาศัย 60,000-100,000 บาท/เดือน เนื่องจากมีโรงเรียนนานาชาติ

รวมถึงมีลูกค้าคอนโดฯ ของแสนสิริ ก็ให้ความสนใจซื้อ ทำให้ล่าสุดมียอดขายแล้ว 1,800 ล้านบาท และคาดว่าจะปิดการขายทันทีในวันเปิดตัวโครงการ

และในไตรมาส 4 บริษัทเตรียมเปิดตัวบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ในทำเลนี้เพิ่มอีก 3 โครงการ ได้แก่ บุราสิริ กรุงเทพกรีฑา เฟสต่อเนื่อง, นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา และ บูก้าน กรุงเทพกรีฑา มูลค่ารวมกว่า 10,100 ล้านบาท

ด้านนายทากายูกิ มัตสึโมโตะ ผู้จัดการอาวุโส Representative in Thailand โตคิว คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่โตคิวร่วมทุนกับแสนสิริ เพื่อพัฒนาโครงการบ้านแนวราบ นับตั้งแต่เริ่มเข้ามาร่วมทุนพัฒนาคอนโดมิเนียมร่วมกับแสนสิริ เมื่อปี 2560 รวม 3 โครงการ

และด้วยความเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริที่มีความแข็งแกร่ง ประกอบกับศักยภาพของทำเลกรุงเทพกรีฑา ซึ่งเป็นทำเลที่อยู่อาศัยใหม่ รายล้อมด้วยสาธารณูปโภค ทั้งคอมมูนิตี้มอลล์ และโรงเรียนนานชาติ เป็นต้น ล้วนเกื้อหนุนให้โครงการนี้มีความสำเร็จด้านยอดขาย ยิ่งไปกว่านั้น ในอนาคตบริษัทยังมีแผนขยายการร่วมทุนกับแสนสิริในโครงการอื่นๆ ต่อไปอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน