นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริ ยืนหยัดในการเป็นเจ้าตลาดอสังหาริมทรัพย์ซูเปอร์ลักชัวรี่ไทย ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม ที่เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ ในวงการอสังหาฯ ไทย กับจุดแข็งที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ บทพิสูจน์ที่ย้ำความเป็นผู้นำของแสนสิริในฐานะตัวจริงอันดับหนึ่งของผู้พัฒนาอสังหาฯ ซูเปอร์แฟล็ก ชิพลักชัวรี่ไทย มาจากความเชื่อมั่นและการยอมรับจากลูกค้าระดับบน ทั้งในแบรนด์และคุณภาพของโครงการแสนสิริ รวมถึงความเข้าใจในตัวตนและรสนิยมการอยู่อาศัยที่แท้จริง

ซึ่งล่าสุดประกาศความสำเร็จกับ 3 ปรากฏการณ์สำคัญ ตั้งแต่ “นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา” ราคา 50-95 ล้านบาท ปิดการขายทันทีใน 1 เดือน แม้ยังไม่เปิดให้เข้าชม “บูก้าน โยธินพัฒนา” ราคา 40-80 ล้านบาท ปิดการขายใน 4 เดือน คุณ บาย ยู 1st Design-Branded Residence หนึ่งเดียวในไทย ที่ปิดการขายเพนต์เฮาส์ทุกยูนิต ตร.ม.ละเกือบ 6 แสนบาท สูงสุดในย่านทองหล่อ

นอกจากนี้ เรามีลูกค้าบางกลุ่ม ที่สะสมโครงการในพอร์ต Sansiri Luxury Collection เป็นคอลเล็กชั่น ทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัว รวมถึงที่ต้องการส่งต่อเป็นมรดกให้กับ next-generation ต่อไปได้
โครงการทั้งระดับแฟล็กชิพ ซูเปอร์ลักชัวรี่ และลักชัวรี่ ที่แสนสิริพัฒนาขึ้นภายใต้ Sansiri Luxury Collection ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี อาทิ 98 Wireless (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) แฟล็กชิพซูเปอร์ลักชัวรี่คอนโดมิเนียม ที่ใช้เวลาสร้างกว่า 7 ปี มูลค่ากว่า 8,700 ล้านบาท ปัจจุบันยืนหนึ่งทุบสถิติราคาขายต่อตารางเมตรที่พุ่งสูงสุดในประเทศไทย จากราคาเปิดขายเฉลี่ยที่ 600,000 บาทต่อตารางเมตร จนปัจจุบันมีราคาพุ่งสูงเกือบ 900,000 บาทต่อตารางเมตร หรือคิดเป็น capital gain สูงถึง 40% จากราคาขายในรอบพรีเซลล์ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และนับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่หาได้ยากยิ่งที่จะมีการขายเปลี่ยนมือต่อในตลาดในเวลานี้

เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ ที่สร้างกำไรจากการขายเปลี่ยนมือได้สูงถึง 20% ต่อปี จากราคาเปิดขายเฉลี่ยที่ 350,000 บาท จนปัจจุบันมีราคาเพิ่มสูงถึง 400,000 บาทต่อตารางเมตร และสามารถขายต่อได้ในราคาสูงสุดถึง 100 ล้านบาท จาก 3 ยูนิต

ในขณะที่โครงการ นาราสิริ กรงเทพกรีฑา ระดับราคา 50-95 ล้านบาท สร้างกำไรจากการขายเปลี่ยนมือ (capital gain) ได้สูงถึง 30% ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน และยังคงมีดีมานด์ความต้องการแรงต่อเนื่องแม้โครงการ ได้ปิดการขายแล้ว บ้านแสนสิริ พัฒนาการ โครงการระดับแฟล็กชิพซูเปอร์ลักชัวรี่ สร้างกำไรจากการขายเปลี่ยนมือ (capital gain) ได้สูงถึง 50% ต่อปี ภายในระยะเวลา 2 ปี
“แสนสิริ เตรียมสร้างปรากฏการณ์เซตมาตรฐานบทใหม่แก่วงการอสังหาฯ เพื่อตอบโจทย์ดีมานด์บ้านลักชัวรี่ที่เพิ่มสูงขึ้นของกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ ส่ง 7 โครงการใหม่ ภายใต้พอร์ต Sansiri Luxury Collection รวมกว่า 18,000 ล้านบาท

นำร่องกับ “นาราสิริ พหล-วัชรพล” โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ที่เตรียมเปิดตัวต้นปีหน้า และ “บูก้าน” เอ็กซ์คลูซีฟ เรสซิเดนท์ รวม 3 โครงการ บน 3 ทำเลไพร์มใหม่ รวมถึงการเปิดตัวครั้งแรกของ 3 แบรนด์ใหม่ที่จะสร้างปรากฏการณ์ให้แก่วงการอสังหาฯ ลักชัวรี่ ได้แก่ “No.19”, “SIRINSIRI”, “NARINSIRI” ที่รวบรวมที่สุดความลักชัวรี่ไว้ในหนึ่งเดียว ตอกย้ำผู้นำอันดับหนึ่งของแสนสิริในตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่และลักชัวรี่ของประเทศไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน