นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจปี 2566 วางเป้าหมายที่ท้าทาย โดยเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) ทั้งยอดขาย รายได้และกำไร เติบโตต่อเนื่องนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา 38 ปี ด้วยเป้ายอดขาย 55,000 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2565 ที่ทำได้ 50,000 ล้านบาท ขณะที่เป้ารายได้ที่ 40,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 36,800 ล้านบาท

ด้านนายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ.แสนสิริ กล่าวว่า ปี 2566 มีแผนเปิด 52 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 75,000 ล้านบาท นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สูงกว่าก่อนเกิดโควิดถึง 1,000% หรือ 10 เท่าตัว ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮาส์รวม 30 โครงการ มูลค่ารวม 50,700 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 22 โครงการ มูลค่ารวม 24,300 ล้านบาท

พร้อมกับการเดินหน้าขยายตลาดต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องใน 6 จังหวัด หัวหิน ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ ขอนแก่น และชลบุรี รวม 12 โครงการ 8,500 ล้านบาท เพื่อตอบรับกระแสการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะในหัวหินที่จะมีคอนโดมิเนียม 2 แบรนด์ใหม่ ประกอบด้วย HUB หัวหิน และ CABANAS หัวหิน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการทำตลาดต่างชาติอยู่แล้ว ทำให้ในปีนี้บริษัทจะรุกตลาดมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่ม ซีแอลเอ็มวี หรือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม จากเดิมที่เป็นลูกค้าจีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และรัสเซีย เป็นต้น

“ปัจจุบันบริษัทมีสต๊อกคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่ประมาณ 8,000 ล้านบาท ถือเป็นโอกาสทางการตลาดพร้อมตั้งเป้ายอดขายจากต่างชาติที่จะกลับมาในปีนี้ ไว้ที่ 12,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 7,800 ล้านบาท ขณะที่คอนโดมิเนียมระดับอัลตร้าลักชัวรี่ บนถนนสารสิน-หลังสวน ซึ่งบริษัทซื้อที่ดินมาในราคาตร.ว. ละกว่า 3 ล้านบาท คาดว่าจะรอให้เศรษฐกิจโดยภาพรวมดูดีกว่านี้ก่อน เบื้องต้นคาดว่าราคาขายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 800,000 บาท/ตร.ม.”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน