นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ บมจ.แอล.พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่า ความต้องการบ้านพักอาศัยระดับราคาเกิน 10 ล้านบาท ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ดูจากสถิติปี 2565 มีโครงการบ้านในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ระดับราคาเกิน 10 ล้านบาท ทั้งสิ้น 93 โครงการ จำนวน 7,077 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 13.7% ของจำนวนหน่วยบ้านเปิดตัวใหม่ทั้งหมดในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ซึ่งมีจำนวน 51,660 หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่า 141,886 ล้านบาท หรือ 44% ของมูลค่าการเปิดตัวโครงการบ้านใหม่ และมีอัตราการขาย ณ วันเปิดตัวโครงการเฉลี่ยที่ 30% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 12% ของการเปิดขายบ้านพักอาศัยในทุกระดับราคา โดยสะท้อนว่า กำลังซื้อบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปมีสัดส่วนที่สูง เมื่อเทียบกับบ้านพักอาศัยระดับราคาที่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
ในขณะที่ ณ เดือนม.ค. 2566 มีการเปิดตัวโครงการบ้านที่ระดับราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาท ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ทั้งสิ้น 6 โครงการ มูลค่ารวม 225 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 4,309 ล้านบาท 92% ของการเปิดตัวทั้งหมดเป็นบ้านเดี่ยว และที่ 8% เป็นทาวน์โฮม มีอัตราการขายเฉลี่ย ณ วันเปิดตัวโครงการอยู่ที่ 8%
ส่วนทำเลบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปที่น่าสนใจโดยคำนึงถึงปัจจัยด้านเส้นทางคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่สีเขียว ภายใต้แนวคิดของการอยู่อาศัยที่มีสุขอนามัยที่ดี พบว่า แจ้งวัฒนะ ราชพฤกษ์ และย่านถนนกาญจนาภิเษก
โดยเฉพาะทำเลแจ้งวัฒนะ เป็นทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์กับการอยู่อาศัย เดินทางสะดวกด้วยทางด่วน และรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2566 นอกจากนี้แจ้งวัฒนะ ยังถือเป็นทำเลเกิดใหม่ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว มีทั้งอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน และเป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการฯ ทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ
จากผลการสำรวจพบว่า แจ้งวัฒนะมีจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดตัวสะสมตั้งแต่ปี 2560-2565 อยู่ที่ 12,325 หน่วย โดยคิดเป็นส่วนของบ้านพักอาศัย 15% และคอนโดมิเนียม 85% มีจำนวนอุปทานที่เหลือขายอยู่ประมาณ 3,000 หน่วย มีอัตราการขายของบ้านพักอาศัยอยู่ที่ 3.1% ต่อเดือนและอัตราการขายคอนโดมิเนียมที่อัตรา 5% ต่อเดือน
ขณะที่การเติบโตของราคาที่ดิน มีการปรับตัวสูงกว่าราคาประเมิน 12.5% ทำให้ระดับราคาที่อยู่อาศัยในทำเลนี้มีระดับราคาขายปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 15-20% ขณะที่ทำเลราชพฤกษ์ ถือเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจแห่งใหม่ที่มีเส้นทางคมนาคมสะดวกสบายโดยเฉพาะเป็นเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีม่วง (คลองบางไผ่-เตาปูน) ที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าอีก 4 เส้นทางสายสีชมพู, สายสีแดงอ่อน, สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วงส่วนต่อขยาย รวมทั้งมีทางด่วนศรีรัช-วงแหวน ทางด่วนแจ้งวัฒนะและทางด่วนศรีสมาน
รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ทั้งศูนย์การค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา อาคารสำนักงาน ทำให้ระดับราคาที่ดินในย่านนี้มีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจาก 80,000 บาทต่อตร.ว. ปรับขึ้นมาเฉลี่ยที่ 100,000 บาท/ตร.ว.
ส่วนทำเลถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) มีการเติบโตด้านระบบคมนาคมขนส่งโดยมีรถไฟฟ้าสายสีม่วง และถนนกาญจนาภิเษก เป็นถนนสายหลักที่เชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ในขณะเดียวกันในทำเลยังมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และโรงพยาบาล สถานศึกษา ที่ตอบโจทย์ความต้องการสำหรับคนทุกวัย
ซึ่งทั้ง 3 ทำเลเป็นทำเลที่มีการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง และการลงทุนศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ค่อนข้างครบ ในขณะที่ราคาที่ดินยังปรับตัวไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับทำเลใจกลางเมือง จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จะเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสของผู้ซื้อที่จะซื้อบ้านพักอาศัยในระดับราคาที่เหมาะสมในทำเลศักยภาพ