นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยแผนธุรกิจ 5 ปี (2566-2570) เพื่อสร้างรายได้สะสม 1.5 แสนล้านบาท ผ่านการขับเคลื่อนบนยุทธศาสตร์ SC Thriving Beyond เติบโตอย่างมีคุณภาพภายใต้งบลงทุนปีละประมาณ 25,000 ล้านบาท แบ่งสัดส่วน 80% ลงทุนในธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมในทุกกลุ่มราคา

ขณะที่อีก 20% เป็นงบลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว ซึ่งนอกจากธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ที่ปัจจุบันมีพื้นที่เช่ารวม 120,000 ตร.ม. แล้ว ล่าสุดได้ขยายขยายพอร์ตลงทุนโรงแรมทั้งแบรนด์ YANH สำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวเอง (เอฟไอที) โดยเปิดตัวแห่งแรกที่ YANH ราชวัตร ขนาด 70 ห้อง อัตราค่าที่พักเริ่มที่ 2,000 บาท/คืน/ห้อง ปัจจุบันเริ่มเปิดให้บริการแล้ว และเตรียมขยายลงทุนโรงแรมต่อเนื่องบนถนนสุขุมวิท 29 และพัทยา โดยมีเป้าหมายที่ 1,000 ห้อง ตลอดจนการขยายลงทุนคลังสินค้าให้เช่า ร่วมกับ แฟลช เอ็กซ์เพรส เป้าหมาย 1 ล้านตร.ม. ภายในปี 2573 ซึ่งตามแผนยุทธสาสตร์การลงทุนดังกล่าวเพื่อสร้างให้สัดส่วนรายได้ประจำเพิ่มจาก 5% ในปีนี้เป็น 20% ในปี 2570 และที่เหลืออีก 80% เป็นรายได้จากการขาย

สำหรับแผนงานช่วงแรกปี 2566 บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 30,000 ล้านบาท เติบโต 23% จากปีก่อนที่ 24,400 ล้านบาท โดย 65% เป็นยอดขายจากโครงการแนวราบ และ 35% เป็นคอนโดมิเนียม พร้อมวางเป้ารายได้ 25,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 16% จากปีก่อนที่มีรายได้ 21,500 ล้านบาท

ภายใต้แผนปีนี้ เปิด 25 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านแนวราบ 22 โครงการ มูลค่า 30,000 ล้านบาท โดยปีนี้จะเปิดตัวบ้านหรูแบรนด์ใหม่ “95E1” ราคาเริ่มต้น 100 ล้านบาท จำนวนจำกัด 10 ยูนิต มูลค่าโครงการ 970 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็จะสร้างบ้านตอบโจทย์ลูกค้าครอบคลุมทุกกลุ่มราคา ซึ่งในปีนี้จะเปิดบ้านขายในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2.5 ล้านบาทขึ้นไป

ขณะที่อีก 3 โครงการเป็นคอนโดมิเนียม มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2-150 ล้านบาท โดยเฉพาะปีนี้จะเปิดแบรนด์เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เน้นพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางเป็นลีฟวิ่งโซลูชั่น เพื่อประสบการณ์การพักอาศัยที่ดีขึ้นบน 2 ทำเล ย่านรัชดา-พระราม 9 ใกล้รถไฟฟ้าสถานีศูนย์วัฒนธรรม มูลค่าโครงการ 5,500 ล้านบาท กว่า 1,000 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาท และทำเลเกษตร-ศรีปทุม มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการสโคป ประสานมิตร มูลค่าโครงการ 2,600 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 35 ล้านบาท

นายณัฐพงศ์ กล่วด้วยว่า ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2566 น่าจะดีเนื่องจากที่ผ่านมาฟื้นตัวช้ากว่าหลายประเทศ โดยมีภาคการท่องเที่ยว เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ทำให้มีกำลังซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น อีกทั้งยังได้แรงซื้อจากต่างชาติด้วย ส่วนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ทำให้คนมีความหวังมากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน