นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายใน “งานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 43” จัดโดย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า กทม. เตรียมเจรจา บีโอไอ ในการส่งเสริมเอกชนลงทุนพัฒนาห้องเช่าราคาถูกสำหรับผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเพิ่งเริ่มทำงาน อัตราค่าเช่า 3,000-4,000 บาท
รวมถึงมีนโยบายสร้างเมืองใหม่ในพื้นที่ชานเมือง เพื่อเพิ่มแหล่งงานในย่านที่อยู่อาศัยชานเมือง และเร่งตัดถนนสายย่อยเชื่อมการเดินทางลดการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน พร้อมทั้งเร่งตัดถนนย่อยตามผังเมือง เพิ่มความคล่องตัวของการจราจร และโอกาสในการมีรถเมล์สายรอง

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายเพิ่มรถเมล์สายหลักและสายรองราคาถูกตลอดสาย ตลอดจนสร้างจุดเชื่อมต่อการเดินทาง เพื่อการเปลี่ยนถ่ายการเดินทางที่สะดวกสบายขึ้นและเพิ่มสถานีชาร์จ และสลับแบตเตอรี เพื่อรองรับผู้ใช้รถไฟฟ้าที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น

ขณะที่นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทยว่า ฝากให้รัฐบาลชุดใหม่ ปรับลดหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้ามาพำนักระยะยาวในไทย (LTR VIisa) โดยลดเงินลงทุนจากไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ให้สิทธิ์การอยู่อาศัย 10 ปี ซึ่งมองว่าเป็นการกำหนดคุณสมบัติที่สูงเกินไป ควรจะปรับลงมาอยู่ในระดับกลางๆ ที่ 3-5 ล้านบาท ให้สิทธิ์การอยู่อาศัย 3-5 ปี จะช่วยเศรษฐกิจของประเทศได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากอย่างน้อยจะเกิดการจับจ่ายต่อคนเฉลี่ยที่ 50,000-100,000 บาท/เดือน

รวมถึงเสนอให้มีการทบทวนมาตรการผ่อนปรน LTV ไปจนถึงปลายปี 2567 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ยังฟื้นตัวแบบเปราะบาง กำลังซื้อของผู้บริโภคยังมาไม่เต็มที่ ทำให้ไม่เพียงพอต่อความสามารถในการกู้

ขณะเดียวกันหากเป็นไปได้ต้องการให้มีมาตรการส่งเสริมการให้สิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก รายได้ต่อครัวเรือนไม่เกิน 60,000 บาท/เดือน โดยคอนโดฯ ไม่เกิน 2 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์ ไม่เกิน 3-4 ล้านบาท ให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 10% ของราคาบ้าน นาน 3 ปี และไม่สามารถเปลี่ยนมือได้เป็นระยะเวลา 3 ปี เป็นต้น

โดยจะช่วยให้กลุ่มที่มีความต้องการซื้อบ้านแต่ไม่สามารถซื้อได้ซึ่งมีอยู่ประมาณ 30-40% เช่นปัจจุบันมูลค่าตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีประมาณ 4-5 แสนล้านบาท ขณะที่ในความเป็นจริงความต้องการซื้อบ้านอาจในแต่ละปีสูงถึง 7-8 แสนล้านบาท เป็นต้น

นอกเหนือจากนี้ ต้องการให้รัฐบาลให้เงินสนับสนุนดูแลบุตรก่อนเข้าวัยเรียนในระดับประถมศึกษา 3,000-4,000 บาท/เดือน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเพิ่มประชากร เนื่องจากปัจจุบันอัตราการเกิดของคนไทยเริ่มลดลง รวมถึงอยากให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งขับเคลื่อนโครงการบ้าน บีโอไอ ตามที่ได้มีการเสนอไปก่อนหน้านี้ จาก 1.2 ล้านบาท เป็น 1.5 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายรองให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

ขณะที่นายวิเชียร แพทยานันท์ ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 43 กล่าวถึงงานมหกรรมบ้านและคอนโดว่า มีผู้ประกอบการกว่า 100 บริษัท นำโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมรวมกว่า 1,000 โครงการ เข้าร่วมงาน คาดว่าจะมีสัญญาจะซื้อจะขายในงาน ราว 1,500 สัญญา มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท และยังมีการตัดสินใจซื้อต่อเนื่องหลังจากงานนี้ต่อเนื่องไปอีก 3 เดือน ราว 9,000 ล้านบาท หรือ 1.5 เท่าของยอดในงาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน