นายชัยยุทธ ชินมหาวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้คิดค้นและพัฒนา AirPlus ระบบการถ่ายเทอากาศภายในบ้าน มาตั้งแต่ปี 2556 และทยอยติดตั้งในบ้านทุกหลังของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ รวมแล้วกว่า 20,000 ยูนิต ในกว่า 100 โครงการ
ล่าสุดบริษัทได้พัฒนาต่อยอดมาเป็น AirPlus2 (แอร์พลัสสแควร์) โดยร่วมกับ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้นำเทคโนโลยีมอเตอร์ DC ระบบเติมอากาศและพัดลมระบายอากาศ ที่ให้ประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง และสามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้ 99.6% ด้วยแผ่นกรองอากาศ HEPA
โดยเบื้องต้นเมื่อปี 2563 ได้เริ่มติดตั้งระบบ AirPlus2 ในบ้านทุกหลังของโครงการบ้านมัณฑณา ซึ่งมีระดับราคาเฉลี่ย 15 ล้านบาท และในปีนี้จะเริ่มติดตั้งในโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคา 10 ล้านบาท ที่เตรียมจะเปิดตัวใหม่ในปีนี้
บริษัทตั้งเป้าหมายภายใน 2 ปีจากนี้จะทยอยติดตั้งในทุกโครงการและทุกระดับราคา ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม
“บ้านของลูกค้าที่ติดตั้งระบบ AirPlus2 พบว่าลูกค้าพอใจมาก อากาศภายในบ้านปลอดโปร่ง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกเล็กและผู้สูงอายุ ซึ่งที่มีฝุ่นเยอะแต่ยังรู้สึกดี ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น รวมถึงบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงยิ่งได้การตอบรับดี”
นายชัยยุทธ กล่าวอีกว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ทรงตัวใกล้เคียงปี 2565 ขณะที่บริษัทยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ตามแผนเดิมที่ได้วางไว้ 17 โครงการ มูลค่ารวม 34,960 ล้านบาท โดย 13 โครงการ ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และ 4 โครงการในต่างจังหวัด
สำหรับปัจจัยการเมืองที่จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรี รอบที่ 2 ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ มองว่า ช่วง 8 ปี ประเทศไทยเผชิญมาหลายเหตุการณ์แล้ว อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะโหวตผ่านไม่ผ่าน ประเทศก็มีทางออกเสมอ
ในส่วนของสถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มองว่าบ้านเป็นปัจจัยสี่ สำหรับคนที่กำลังจะแต่งงาน หรือคนที่กำลังจะย้ายที่ทำงาน ก็ล้วนแต่ต้องการที่อยู่อาศัย เพียงแต่จะซื้อหรือเช่า ทำให้มองว่าการเมืองไม่น่าจะมีผลต่อตลาด