นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2567 เป็นปีที่เอสซี เข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ซึ่งถือเป็นยุคที่ 3 ของเอสซี เป็นยุคแห่งวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า โดยตลอดช่วงที่ผ่านมาเอสซี คำนึงถึงการให้คุณภาพชีวิตที่ดีของลูกค้า
โดยได้เน้น 2 ด้าน คือ คุณภาพที่อยู่อาศัยที่ดี และการใช้นวัตกรรมเพื่อสร้างคุณค่าการอยู่อาศัยให้ลูกค้า โดยเฉพาะล่าสุดเอสซี ได้เปิดตัวนวัตกรรมยูทิลิตี้ โทเคน ที่ชื่อว่า มอร์นิง คอยน์ เป็นเหรียญที่ทำให้ลูกค้าได้สิทธิประโยชน์จำนวนมาก โดยลูกค้าที่ซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมของเอสซี จะได้รับมอร์นิงคอยน์ เพื่อรับสิทธิพิเศษ อาทิ ส่วนลดสำหรับการซื้อบ้านและคอนโด ครั้งถัดไป ตลอดจนยังสามารถนำไปรับส่วนลดสินค้าและบริการต่างๆ จากพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทรวมแล้วกว่า 100

ทั้งนี้ มอร์นิงคอยน์ ได้มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนที่จะเชื่อมโยงลูกบ้านสู่โลกแห่งสิทธิพิเศษมากมาย ภายใต้ SC Asset Reward Program “The S.U.N.” ประกอบด้วย สิทธิพิเศษ ส่วนลดและอื่นๆ จากแอพพลิเคชั่น รู้ใจ ผ่านรู้ใจสโตร์ ที่ครอบคลุมเครือข่ายทางธุรกิจของเอสซี อาทิ โรงแรมย่านราชวัตร โรงแรมเทมส์ วัลเล่ย์ เขาใหญ่ และโรงพยาบาลพระราม9 โดยสามารถแลกสิทธิ์ได้ไม่จำกัด รวมถึงสร้างความแตกต่าง ด้วยกิจกรรมที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษให้ลูกค้าที่ไม่สามารถหาซื้อจากที่อื่นทั่วไป
โดยเฉพาะล่าสุดอยู่ระหว่างการเจรจากับสินค้าแบรนด์เนม เพื่อเปิดช่วงเวลาพิเศษให้ลูกบ้านเอสซีได้เลือกซื้อสินค้ารุ่นลิมิเตด เอดิชั่น เป็นต้น ตลอดจนบริษัท เอสซี เอเบิล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการนิติบุคคลบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม จะมีการสร้างเครือข่ายกิจกรรมต่างๆ จาก SC ที่ออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นเชื่อมโยงสังคมของลูกค้าให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นเพื่อโอกาสและความเป็นไปได้ต่างๆ ในอนาคต
“โดยเฉพาะกิจกรรมไฮไลต์ในปีนี้ เอสซี เตรียมจัดงานตลาดนัดซันไซน์ มาร์เก็ต ที่รวมพลกลุ่มลูกบ้านที่มีกิจการร้านค้ามาร่วมออกร้านเป็นครั้งแรก พร้อมให้ลูกค้าสามารถแลกรับส่วนลด รวมไปถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ด้วย มอร์นิ่ง คอยน์ ในวันที่ 17-19 พ.ค.นี้ ที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ เป็นการตอกย้ำการเป็นแบรนด์อสังหาฯ ที่มีบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัจจุบันเอสซี เอเบิ้ล มีฐานลูกบ้านกว่า 26,000 ครัวเรือน และมียอดดาวน์โหลดรู้ใจแอพฯ ประมาณ 100,000 คน ทำให้ลูกบ้านของเอสซี นอกจากคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว ยังมีโอกาสสร้างรายได้จากเน็ตเวิร์กลูกบ้านได้ด้วย”