นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 1 ปี 2567 พบว่าความต้องการซื้อชะลอตัวอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และเป็นการลดลงต่ำสุดในรอบ 25 ไตรมาส หรือ กว่า 6 ปี ทั้งจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ อยู่ที่ 72,954 หน่วย ลดลง -13.8% และยอดอนุมัติสินเชื่อใหม่เพียง 121,529 ล้านบาท ลดลง -20.5% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความสามารถในการขอสินเชื่อที่ลดลง ขณะที่สถาบันการเงินมีเกณฑ์การพิจารณาเข้มงวดขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้างทั่วประเทศ มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 3.8% มาอยู่ที่ 4,956,145 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่ำที่สุดในรอบ 25 ไตรมาส

จากภาพรวมดังกล่าวส่งผลให้การเปิดโครงการใหม่ชะลอตัวลงทั้งใบอนุญาตจัดสรรทั่วประเทศลดลง -19.7% และการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั่วประเทศลดลง -12% รวมถึงจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ลดลง -38.5%

แต่อย่างไรก็ดี หลังจากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ก็คาดว่าจะส่งผลดีในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ และทำให้ตลาดจะมีการพลิกฟื้นให้ภาพรวมทั้งปีมีการขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 5% และหากสถาบันการเงินผ่อนคลายการปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น ก็อาจทำให้ตลาดขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ดังกล่าว

นายวิชัย ยังกล่าวเตือนผู้ประกอบการอสังหาฯ ว่า ให้ระมัดระวังการพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาสูง ซึ่งผู้บริโภคไทยในตลาดบนมีจำกัด โดยจะเห็นจากยอดขายเริ่มชะลอตัว ทำให้เริ่มมีหน่วยเหลือขายสะสมในตลาดเพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกันมองว่าสถานการณ์ตลาดขณะนี้จำเป็นที่ต้องดึงกำลังซื้อใหม่ๆ ให้เข้ามาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงสั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนคลาย LTV (อัตราส่วนการให้สินเชื่อเมื่อเทียบกับมูลค่าหลักประกัน) รวมถึงผ่อนเกณฑ์ให้ต่างชาติซื้อบ้านแนวราบได้ หรือขยายโควตาต่างซื้อคอนโดฯ ได้มากขึ้นเหมือนในอดีตที่เคยทำ โดยให้ต่างชาติซื้อคอนโดฯ ได้ 60% จากเดิม 49% ทั้งนี้ อาจทำในระยะเวลาสั้นๆ เป็นการดึงกำลังซื้อใหม่ๆ เข้ามาในระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการจ้างงานและเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ ในภาวะที่กำลังซื้อที่กำลังอ่อนแออยู่ในขณะนี้

สอดคล้องกับการติดตามสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติในไตรมาส 1/2567 พบว่าต่างชาติโอนกรรมสิทธิ์คอนโดฯ เพิ่มขึ้น 4.3% หรืออยู่ที่ 3,938 หน่วย คิดเป็นมูลค่าโอนเพิ่มขึ้น 5.2% หรือ 18,013 ล้านบาท โดยมากที่สุดในรอบ 25 ไตรมาส อีกทั้งเป็นครั้งแรกที่สัญชาติเมียนมา ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 แซง รัสเซีย ขณะที่อันดับหนึ่งยังเป็นจีน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน