นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทศวรรษที่ 3 (2567-2576) ของเอสซี เดินหน้าบนหลากหลายธุรกิจเพื่อจะช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างยืดหยุ่น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวน และ การลงทุนในธุรกิจ คลังสินค้า-โรงงานเพื่อเช่า เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญ ที่จะสร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอให้บริษัท ประกอบเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยได้แรงสนับสนุนจากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ซึ่งตามเป้าหมาย 10 ปี บริษัทจะพัฒนาคลังสินค้า-โรงงานให้เช่า รวม 1 ล้านตร.ม.
และล่าสุดบริษัทตัดสินใจร่วมลงทุนกับ โตเกียว ทาเทโมโนะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาคลังสินค้า-โรงงานให้เช่ารวม 126,704 ตร.ม. ใน 2 โครงการ ประกอบด้วย SCX บางนา กม.20 เป็นทำเลศักยภาพใกล้ใจกลางกรุงเทพฯ และสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นหนึ่งในทำเลที่มีความต้องการพื้นที่คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากที่ตั้งของโครงการสามารถเข้าถึงใจกลางกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โครงการนี้จะมีคลังสินค้าทั้งหมด 5 อาคาร รวม 15 ยูนิต โดยมีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 78,252 ตร.ม. แบ่งเป็น 4 เฟส เฟสแรกมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนม.ค. 68 เฟสที่ 2 และเฟสที่ 3 ในเดือนเม.ย. และธ.ค. 2568 และเฟสที่ 4 ในเดือนก.พ. 2569
อีกโครงการ คือ SCX แหลมฉบัง ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือการค้าระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้มีความต้องการพื้นที่คลังสินค้าสำหรับเก็บชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกไปต่างประเทศ โครงการนี้จะมีคลังสินค้าทั้งหมด 3 อาคาร รวม 10 ยูนิต โดยมีพื้นที่ใช้สอยรวม 46,602 ตร.ม.แบ่งเป็น 3 เฟส เฟสแรกและเฟสที่ 2 จะแล้วเสร็จในเดือนก.พ.และพ.ค. 2568 และเฟสที่ 3 ในเดือนม.ค. 2569
นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า การร่วมลงทุนกับ โตเกียว ทาเทโมโนะ ในครั้งนี้ถือเป็นการร่วมทุนครั้งที่ 2 ต่อจากการร่วมทุนครั้งแรกในธุรกิจคอนโดมิเนียม และยังมีแผนร่วมทุนครั้งต่อไปอีกในอนาคต
นายฟุมิโอะ ทะจิมะ กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการสายงานธุรกิจต่างประเทศ บริษัท โตเกียว ทาเทโมโนะ จำกัด กล่าวว่า การร่วมทุนในธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่ากับ SC ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในการลงทุนโลจิสติกส์ในประเทศไทย ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีศักยภาพสูง มีขนาดของเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาค และมีกำลังการบริโภคสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางช่องทางออนไลน์ ซึ่งคาดว่า ในปี 2569 ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2564 รวมทั้ง ประเทศไทยตั้งอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางของเครือข่ายการขนส่งของภูมิภาค และภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกให้ไทยเป็นฐานการผลิตของกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อส่งออกไปทั่วโลก จึงทำให้ตลาดโลจิสติกส์ในประเทศไทยมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก