นายอิสระ บุญยัง ประธานกรรมการ สมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจสังหาริมทรัพย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ลงมติ 5 ต่อ 4 ให้ นายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดการเป็นนายกรัฐมนตรี ถือเป็นไปตามระบบของกฏหมาย เชื่อว่าจะมีผลกระทบระยะสั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะดูจากหลังผลการตัดสินตลาดหุ้นไทย ร่วงลงทันที 16 จุด แต่ก่อนปิดตลาดดัชนีหุ้นกลับขึ้นมาได้โดยร่วงลงเพียง 5 จุด
ดังนั้นคงต้องรอดูหลังจากนี้เมื่อมีความชัดเจนว่าใครที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งหลักๆ คงเป็น นายชัยเกษม นิติศิริ หรือไม่ก็ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และถัดไปก็ถึงจะเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และตามด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกอบกับเชื่อว่าหากเป็นพรรคหลักๆ ดังกล่าว ก็เชื่อว่าจะนโยบายต่างๆ ก็คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก เพราะน่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแบบเดิม โดยอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก โดยเฉพาะการตัดสินใจต่างๆ ที่ครม.ตัดสินใจไปแล้วก็คงดำเนินต่อไป แต่ในส่วนของโครงการต่างๆ ที่อยู่ระหว่างรอเข้าครม. ก็อาจมีการหน่วงเวลาในช่วงนี้
อย่างไรก็ดี เชื่อว่าคงใช้เวลาในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ไม่นาน และถึงแม้ว่าศาลฯ ตัดสินให้นายเศรษฐา เป็นนายกฯ ต่อ ก็เชื่อว่าจะต้องมีการปรับครม. และในเมื่อการตัดสินออกมาอย่างนี้แล้ว ก็ถือโอกาสปรับครม.เลย