นายอุเทน โลหชิตพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มพฤกษาฯ ในครึ่งปีหลัง 2567 จะมุ่งรักษาระดับการวางแผนการเงินโดยคงสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 0.39 เท่า ซึ่งเทียบกับอุตสาหกรรมถือว่าต่ำมาก เพื่อลดความเสี่ยงในภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงอยู่ในช่วงชะลอ-หดตัว โดยเฉพาะในส่วนของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยจะไม่สร้างสต๊อกเกินตัว แต่จะสร้างตามปริมาณที่คาดหวังว่าจะขายได้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมียอดขายบ้านและคอนโดมิเนียมที่รอรับรู้รายได้ 4.9 พันล้านบาท ซึ่งประมาณ 70% จะรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลังนี้
ขณะเดียวกันแผนการขายในครึ่งปีหลังนี้จะเน้นการขายบ้านและคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 9.4 พันล้านบาท จากมูลค่าโครงการที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด 6.2 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขายและรับรู้รายได้จากสต๊อกบ้านและคอนโดสร้างเสร็จ 2/3 ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งจะทำให้ทิศทางการดำเนินงานดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก
อีกทั้งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัย โดยบริษัทจะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยที่มีจุดขายเรื่องการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร (เวลเนส เรสซิเดนซ์) ซึ่งปีนี้จะมี 6 โครงการ มูลค่ารวม 1 หมื่นล้านบาท
ประกอบกับสภาพตลาดที่กำลังซื้อของผู้บริโภคหดตัวลง ทำให้บริษัทปรับเป้าหมายการเปิดตัวโครงการลงเหลือ 2.7 หมื่นล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าที่ 2.9 หมื่นล้านบาท โดยลดจำนวนการเปิดโครงการทาวน์โฮมในระดับราคา 3-5 ล้านบาท และเพิ่มการเปิดตัวโครงการบ้านพรีเมียมแทนโดยเฉพาะโครงการเวลเนสเรสซิเดนซ์
สำหรับผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2567 บริษัทมีรายได้รวมที่ 9,864 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 379.13 ล้านบาท โดยลดลง 27.8% และ 77.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ
ซึ่งผลประกอบการที่ลดลง หลักๆ มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวลดลงตามสภาพอุตสาหกรรม กำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้เกิดการชะลอการตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ การชะลอเปิดโครงการคอนโดนิเนียม ในช่วงโควิด-19 ทำให้ยังไม่มียอดโอนคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน