นายพงศ์พจน์ เลิศรุ้งพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อจำหน่าย จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการเดอะ แกรนด์ คาแนล, โครงการแกรนด์ บิซ, โครงการพฤกภิรมย์ ศาลากลาง, โครงการยู พาร์ค โฮม และ ธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงธุรกิจร้านค้าภายในสถานีบริการน้ำมัน “ปตท. ยูพาร์ค ขามเรียง” ใกล้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภายใต้การบริหารของบริษัท ดี เอนเนอร์จี แอนด์ รีเทล จำกัด ในรูปแบบ DODO (Dealer Owned Dealer Operated) จำนวน 1 แห่ง โดย ณ 30 ก.ย. 2567 บริษัทมีสัดส่วนรายได้ดังนี้ 39% จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 58% จากธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน และ ร้านค้าปลีกภายในสถานีบริการน้ำมัน และอีก 3% มาจากรายได้อื่นๆ
ล่าสุดบริษัทแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เพื่อเสนอขายหุ้นกู้เสี่ยงสูงแบบมีประกันครั้งที่ 1/2568 วงเงินไม่เกิน 135 ล้านบาท อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 7.50% ต่อปี มีกำหนดไถ่ถอนปี 2570 และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด โดยจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ ซึ่งมีหลักประกันเป็นที่ดิน จ.ขอนแก่น ทั้งหมด 48 โฉนด รวมพื้นที่ 251 ไร่ 1 งาน 41.90 ตร.ว. ซึ่งบริษัทจะดำรงมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันรวมกันไม่ต่ำกว่า 1.4 เท่า ของมูลค่ารวมของหุ้นกู้ที่ยังมิได้ไถ่ถอนทั้งหมดตลอดอายุหุ้นกู้
สำหรับวัตถุประสงค์ในการออกหุ้นกู้ครั้งนี้เพื่อนำเงินที่ได้ ไปใช้ในการชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือนก.พ.ปีนี้ วงเงิน 120 ล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ โครงการเดอะ แกรนด์ คาแนล ซึ่งล่าสุดมียอดขายแล้ว 50% และ โครงการ พฤกภิรมย์ ศาลากลาง ปัจจุบันยังเหลือขาย 120-130 ล้านบาท โดยคาดว่าจะปิดการขายได้ภายในปีนี้ เนื่องจากเป็นโครงการที่อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐาน
ส่วนแผนธุรกิจปี 2568 บริษัทเตรียมเปิดโครงการที่อยู่อาศัย 1 โครงการ พื้นที่ 20 ไร่ เป็นบ้านเดี่ยว 2.5-3.5 ล้านบาท ใน จ.มหาสารคาม และโครงการไนท์มาร์เก็ต 30 ไร่ บริเวณหลังสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ยูพาร์ค ขามเรียง งบลงทุน 30 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อของคนในพื้นที่ โดยดูได้จากยอดขายไตรมาส 4 ที่เติบโต 20% จากช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2567 ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ที่ 25 ล้านบาท ส่วนภาพรวมรายได้ปี 2567 คาดว่าทำได้ 200 ล้านบาท และจะพลิกเป็นกำไรเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 ที่ขาดทุนมาต่อเนื่อง ส่วนปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโตที่ 30-40%
สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้เงินกล่าว โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผุ้จัดการการจัดจำหน่าย โดยจะเสนอขายให้แก่กลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ กำหนดวันจองซื้อระหว่างวันที่ 14-16 ม.ค. 2568 และ สามารถออกหุ้นกู้ในวันที่ 17 ม.ค. 2568
โดยมีผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยมีธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นกู้ และ บริษัท เอ็มเอสซี อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ จำกัด เป็นที่ปรึกษากฎหมาย