น.ส.มัลลิกา ทัศนนิพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท คิว.เอช. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมในแบรนด์ เซนเตอร์ พอยต์, เซนเตอร์ พอยต์ พลัส และ เซนเตอร์ พอยต์ไพร์ม เปิดเผยว่า แนวโน้มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2567 อยู่ที่ 36 ล้านคน และในปี 2568 ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 40 ล้านคน

ส่วนผลประกอบการของโรงแรมในกลุ่มเซ็นเตอร์พอยต์ยังมั่นใจว่าปีนี้จะสามารถเติบโตได้มากกว่าปี 2567 ที่มีรายได้ 1,600 ล้านบาท โดยเติบโตจากปีก่อนหน้าในอัตราตัวเลข 2 หลัก

ประกอบกับแนวโน้มการท่องเที่ยวหลังเกิดโควิด พฤติกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยนไป จากเดิมท่องเที่ยวแบบทัวร์หรือแบบนำเที่ยว เปลี่ยนเป็นการท่องเที่ยวแบบส่วนบุคคลมากขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังในการจับจ่ายมากขึ้น อีกทั้งททท.ก็มีส่วนช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวไทยด้วยทำให้ผลประกอบการสามารถเติบโตต่อได้

นอกจากนี้ ล่าสุดได้ลงทุน 550 ล้านบาท ปรับปรุงและยกระดับโรงแรม 2 แห่งเป็น แบรนด์เซนเตอร์ พอยต์ พลัส ประกอบด้วย เซนเตอร์ พอยต์ พลัส สีลมริเวอร์วิวและเซนเตอร์ พอยต์ พลัส ประตูน้ำ ซึ่งเป็นโรงแรงแรมระดับ 4 ดาวครึ่ง เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการพักผ่อนเพิ่มขึ้น และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เข้าพัก

สำหรับกลุ่มลูกค้า 80% เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มครอบครัว และมาเป็นคู่ ส่วนอีก 20% เป็นนักธุรกิจ สำหรับกลุ่มลูกค้าต่างชาติแบ่งเป็น 70% กลุ่มเอเชีย 15% เป็นอเมริกันและยุโรปส่วนอีก 15% เป็นตะวันออกกลาง ส่วนเป้าหมายทางธุรกิจเฉพาะ 2 โรงแรมดังกล่าว คาดว่าจะมีรายได้ 700 ล้านบาท ซึ่งหลังการปรับปรุงทำให้ปัจจุบันอัตราห้องพักเฉลี่ยต่อห้อง (ADR) เพิ่มขึ้น 15-20% และอัตราลูกค้าเข้าพักของทั้ง 2 โรงแรมเฉลี่ยทั้งปีที่ 85-90% โดยในช่วงไฮซีซันอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นเป็น 95%

อย่างไรก็ดี บริษัทยังเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวมาตรฐานโรงแรมที่มีคุณภาพและบริการของไทยที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ทำให้สามารถแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวด้วยกันได้แน่นอน พร้อมกับในปี 2569-2570 มีแผนปรับปรุงอีก 2 โรงแรมเป็น เซ็นเตอร์พอยต์พลัส คือ เซ็นเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 10 งบประมาณ 450 ล้านบาท และเซ็นเตอร์ พอยต์ ชิดลม ส่วนงบลงทุนยังไม่นิ่งเนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการต่อสัญญาเช่ากับทางสำนักทรัพย์สินฯ

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีโรงแรมทั้งหมด 5 แห่ง และรับจ้างบริหารอีก 5 แห่ง ในขณะที่แผนลงทุนโรงแรมใหม่ 2 ปีจากนี้ยังไม่มีแต่ในระยะ 3-5 ปีหากมีที่ดินในกรุงเทพฯ ทำเลที่ดี หรือโครงการที่สามารถนำมาปรับปรุงได้ก็พร้อมจะลงทุน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน