นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์โซลูชั่นส์ จำกัด (แอลดับเบิ้ลยูเอส) บริษัทวิจัยอสังหาริมทรัพย์ ในเครือ บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่า จากการรวบรวมรายได้และกำไร ปี 2567 ของ 38 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) พบว่าลดลง 4% และ 27.16% ตามลำดับ โดยมีรายได้รวม 313,634.18 ล้านบาท ทั้งนี้ บมจ.แสนสิริ มีรายได้สูงสุดที่ 39,204.56 ล้านบาท

ขณะที่กำไรสุทธิของ 38 บจ.รวมกันอยู่ที่ 27,426.12 ล้านบาท โดย บมจ.ศุภาลัย มีกำไรสูงสุด ที่ 6,189.53 ล้านบาท ในขณะที่ความสามารถในการทำกำไรเฉลี่ยของทั้ง 38 บจ. พบว่าลดลงเหลือเพียง 8.74 % จาก ณ สิ้นปี 2566 อยู่ที่ 11.52% สำหรับสินค้าคงเหลือและที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างของ 38 บจ. เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 7.5% หรืออยู่ที่ 716,560.50 ล้านบาท ทั้งนี้ บมจ.แสนสิริ มีสินค้าคงเหลือสูงสุดที่ 101,582.28 ล้านบาท

ขณะเดียวจากการรวบรวม ยังพบด้วยว่า 10 อันดับบจ. ที่มีรายได้สูงสุดรวมกันซึ่งอยู่ที่ 231,007.06 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 75.56% ของรายได้รวมของทั้ง 38 บจ. ขณะที่กำไรสุทธิของบจ.กลุ่มอสังหาฯ 10 อันดับแรกที่มีกำไรสูงสุดรวมกันซึ่งอยู่ที่ 30,298.31 ล้านบาท โดยสูงกว่ากำไรสุทธิของทั้ง 38 บจ.รวมกัน เนื่องจากพบว่ามี 14 บจ.ที่ประสบกับภาวะขาดทุน

ขณะที่นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมาจะชะลอตัวกำลังซื้อทรุดตามเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ผจญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งอัตราดอกเบี้ยสูง แต่ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2567 สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้ 389 ล้านบาท ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี (2563-2567) จากการปรับกลยุทธ์ด้วยการขยายตลาดกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 66% ในช่วง 4 ปีต่อเนื่อง ทำให้มีสัดส่วนยอดขายจากลูกค้าต่างประเทศ 41% ของยอดขายรวม จากเดิมมีเพียง11% นอกจากนี้ยังขยายช่องทางการขายผ่านเอเจนซี่ถึง 59% จากยอดขายรวม ทำให้บริษัทสามารถผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีที่ผ่านมาได้ และสามารถปิดการขายคอนโดมิเนียม 100% รวม 5 โครงการ มูลค่า 14,560 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน