‘เสนา’ พร้อมรับมือ 2 ความท้าทาย โดยเฉพาะไตรมาส 2 คาดคอนโดไฮไรส์ชะลอตัว บทเรียนหลังแผ่นดินไหวครบ 1 เดือน ดึงโนว์ฮาวฮันคิว ฮันชินฯ มาใช้ สั่งเบรก 6 โครงการปรับแบบก่อนเดินหน้าก่อสร้าง ขณะที่ทรัมป์เอฟเฟค กระทบราคาเหล็ก ปิดจุดเสี่ยง ดัน “LivNex เช่าออมบ้าเสริมเกราะธุรกิจ กระตุ้นยอดโอนปีนี้

วันที่ 28 เม.ย.2568 นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบในหลายภาคส่วน รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียม ซึ่งได้รับผลในเชิงจิตวิทยาแม้จะเป็นเพียงระยะสั้น แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีปัจจัยลบอื่น ๆ ที่กดดัน เช่น ปัญหาการชำระหนี้ของหลายบริษัทในไตรมาส 2 ซึ่งอาจกระทบต่อสถานะทางการเงินของผู้ประกอบการในตลาด

อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระดับมหภาค คือ การยกระดับสงครามการค้า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ประเด็นนี้ถือว่ามีผลในระดับกว้างกว่าผลจากแผ่นดินไหว เพราะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ เสนามองว่าในไตรมาส 2/2568 ตลาดคอนโดมิเนียมจะมีแนวโน้มชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มไฮไรส์ แต่ในระยะยาวตลาดจะค่อย ๆ ปรับสมดุลได้เอง ซึ่งสิ่งสำคัญคือการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์

“บทเรียนสำคัญที่เราได้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยในมุมอสังหาฯ ปัจจัยที่น่ากังวลคือ ราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็ก ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปีนี้เสนาฯ จึงต้องรับมือกับความท้าทาย ทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่กระทบการท่องเที่ยว และมาตรการภาษีของทรัมป์ การบริหารความเสี่ยงในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น แต่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับสิ่งที่ไม่อาจคาดการณ์ได้” นางเกษรา กล่าว

โดยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา เสนาฯ ได้ตั้ง War Room ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุการณ์ เพื่อประสานงานและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของบริษัทฯ ร่วมกับฮันคิว ฮันชิน พันธมิตรจากญี่ปุ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารสูงทันทีตั้งแต่คืนวันที่ 28 มี.ค. โดยตรวจสอบทุกรายละเอียด เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกบ้านและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

สำหรับผลกระทบที่พบส่วนใหญ่เป็นเพียงรอยร้าวหรือแตกร้าวในงานสถาปัตยกรรมบางจุด เช่น ผนังและฝ้าเพดาน ขณะที่โครงสร้างหลักของอาคารทุกแห่งยังคงมีความมั่นคงปลอดภัย โดยเสนาฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบโครงการทั้งหมด 108 แห่ง ครอบคลุมคอนโดมิเนียม 62 โครงการ และโครงการแนวราบ 46 โครงการ

รวมถึงโครงการเก่าที่แม้เสนาฯ จะไม่ได้เป็นนิติบุคคลบริหารโครงการ แต่ก็ไม่นิ่งนอนใจ พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทันทีที่ได้รับการติดต่อจากลูกบ้าน ภายใต้การขออนุญาตจากนิติบุคคลตามขั้นตอน

ตลอดจนได้จัดทำมาตรการเร่งด่วน SENA’s Protocol เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกบ้านในทุกโครงการที่อาจได้รับผลกระทบ โดยมาตรการแบ่งออกเป็น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ สร้างความมั่นใจ เร่งตรวจสอบอาคารโดยทีมวิศวกรของเสนาฯ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก (Third Party) ทั้งในโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและโครงการที่แล้วเสร็จ, ตรวจสอบเชิงลึกเพื่อนำไปสู่การแก้ไข ดำเนินการสำรวจห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางอย่างละเอียด

โดยเปิดให้ลูกบ้านแจ้งปัญหาผ่านแอปพลิเคชัน SEN PROP เพื่อรวบรวมข้อมูลและปัญหาของลูกบ้าน การเคลมประกัน จนถึงงานซ่อมแซม และแก้ไข ดำเนินการแก้ไข และซ่อมแซมร่วมกับพาร์ทเนอร์และผู้เกี่ยวข้อง

นางเกษรา ยังได้กล่าวถึงแผนการพัฒนาโครงการของบริษัทในปี 2568 ยังคงเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ โดยเสนาฯ ใช้ประสบการณ์และองค์ความรู้ในการจัดการกับภัยพิบัติที่ไม่คาดฝัน มายกระดับมาตรฐานโครงการอย่างรอบคอบและทันที ด้วยการระงับการก่อสร้างชั่วคราวจำนวน 6 โครงการซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนก่อนเริ่มก่อสร้าง

เพื่อนำนวัตกรรมและแนวทางการออกแบบด้านความปลอดภัยจากพันธมิตรญี่ปุ่น (HHP) มาปรับใช้ก่อนเดินหน้าก่อสร้างต่อไป โดยในระหว่างนี้ยังคงดำเนินการขายทั้ง 6 โครงการตามแผนงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ว่าโครงการเหล่านี้จะได้รับการพัฒนาในมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด รองรับทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

ส่วนการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงินยังคงเข้มงวด การเข้าถึงที่อยู่อาศัยจึงกลายเป็นความท้าทายที่ชัดเจนขึ้นสำหรับผู้บริโภค โดยเสนาฯ ได้พัฒนา “LivNex เช่าออมบ้าน” นวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถ “จ่ายค่าเช่า เท่ากับมีเงินออม” พร้อมโอกาสเปลี่ยนสถานะเป็นเจ้าของภายใน 3 ปี รองรับกลุ่มลูกค้าที่กู้ไม่ผ่านในครั้งแรก

โดยมีหน่วยงานภายในของบริษัท “เงินสดใจดี” ให้คำปรึกษาและวิเคราะห์เครดิตอย่างเป็นระบบ รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อสร้างประวัติเครดิตและเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในอนาคต ปัจจุบันมีลูกค้าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,000 ยูนิต สะท้อนความต้องการในตลาดและความเชื่อมั่นต่อรูปแบบการอยู่อาศัยทางเลือกใหม่นี้

ขณะเดียวกัน เสนาได้เปิดตัวโมเดลการเช่าแบบสมาชิก “RentNex” ซึ่งออกแบบมาเพื่อกลุ่ม Generation Rent ที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น และมองการเช่าเป็นทางเลือกหลัก RentNex ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถสมัครสมาชิกเพื่อเข้าอยู่อาศัยในคอนโดฯ คุณภาพของเสนา โดยเริ่มต้นเพียง 6,700 บาทต่อเดือน รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายและไม่ผูกมัดระยะยาว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน