LINE MAN เผยนครพนม หนึ่งในเมืองรองที่กำลังโต ของภาคอีสาน ยอดสั่งอาหารพุ่งกว่า 10% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภาค สะท้อนการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ด้านภาครัฐ–เอกชนจับมือผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่น เชื่อมระบบนิเวศท่องเที่ยว การค้าชายแดน และโครงสร้างพื้นฐานใหม่

นครพนมถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีการเติบโตโดดเด่นที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นตัวอย่างชัดเจนของเทรนด์ ‘เมืองรองกำลังโต ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ LINE MAN ที่มุ่งขยายบริการเข้าถึงอำเภอรองและพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศมากขึ้น โดยยอดออเดอร์ในนครพนมเติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งภาคอีสานอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงพฤติกรรมการใช้บริการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคท้องถิ่น

LINE MAN Wongnai จึงได้จัดเสวนา “นครพนม Next Chapter พลิกเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยแฟลตฟอร์มดิจิทัล” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วยนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai ร่วมกับว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และภาคเอกชนอย่าง นายชนนท์ กุลตั้งวัฒนา ประธาน YEC นครพนม และวิศรุต สร้อยคำ เจ้าของร้าน Chewa Cafe By SK Sroikham

Food Delivery ทั่วประเทศยังเติบโต

นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่าภาพรวมแพลตฟอร์ม Food Delivery ทั่วประเทศยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในต่างจังหวัดมีอัตราการเติบโตสูงกว่าในกรุงเทพฯ เนื่องจากกรุงเทพฯ มีฐานที่ใหญ่ และความถี่ในการสั่งซื้อมากขึ้น

โดยเฉพาะในภาคอีสาน มีการเติบโตเฉลี่ยของจำนวนคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ในปีที่แล้วทั้งนี้ในบางจังหวัดเติบโตเร็วกว่านั้น เช่น นครพนม เติบโตมากกว่า 10% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภาคอีสาน อีกทั้งการเติบโตในต่างจังหวัดเกิดจากการที่เมืองรอง มีเศรษฐกิจภาพรวมที่เติบโตเองด้วย

สำหรับปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเติบโตของแพลตฟอร์ม Food Delivery ในต่างจังหวัด เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่เติบโตขึ้น ซึ่งมีพฤติกรรมการกินที่ต่างจากคนรุ่นก่อน ซึ่ง Food Delivery กลายเป็นความสะดวกสบายที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถสั่งอาหารได้โดยไม่ต้องขับรถออกไปหรือหาที่จอดรถ

อีกปัจจัยที่สำคัญมาก คือ ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกับการใช้งานดิจิทัล ทำให้สามารถสั่งอาหารได้อย่างราบรื่น และมีผลให้ตลาด Food Delivery มีการเติบโตสูง ประกอบกับปัจจุบัน LINE MAN ได้ขยายบริการไปครบ 77 จังหวัดแล้ว และกำลังเริ่มลงไปในอำเภออื่น ๆ ที่ไม่ใช่เพียงอำเภอเมือง โดยปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการประมาณ 300 อำเภอ ซึ่งความท้าทายในต่างจังหวัดบางพื้นที่คือ เติบโตเร็วเกินไปจนหาไรเดอร์ไม่ทัน

นครพนมเติบโตก้าวกระโดด

ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่าในมิติเชิงธุรกิจโดยองค์รวม ถือว่าพครพนมเป็นจังหวัดที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากภาคเอกชนมีความเข้มแข็งทำงานร่วมกันกับภาครัฐอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาอย่างมีระบบและยั่งยืน เป้าหมายคือการยกระดับจังหวัดให้เติบโตบนพื้นฐานของศักยภาพจริง พร้อมต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

อีกด้านหนึ่งคือการสร้าง ระบบนิเวศการท่องเที่ยว ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ ไปจนถึงสินค้าชุมชน เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ครบวงจรและสร้างรายได้กระจายสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

ไม่เกินปี 2572 รถไฟรางคู่ขอนแก่น-นครพนม จะเปิดให้บริการ ซึ่งจะเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของพนมที่ในปลายปีนี้กำลังจะมีกระเช้ายักษ์ริมโขงซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแลนด์ใหม่ เพิ่มจากแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่แล้วทั้ง 8 พระธาตุ 7 วันเกิด พระธาตุพนม สะพานมิตรภาพไทย-ลาว พญาศรีสัตตนาคราช

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโดดเด่นด้านภูมิศาสตร์ที่มีทิวทัศน์ภูเขาของสปป.ลาว ตลอดริมฝั่งโขง ซึ่งถือเป็น “วิวที่สร้างรายได้” โดยไม่ต้องลงทุน เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร ช่วยเสริมอัตลักษณ์ของจังหวัดในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่มีทั้งเสน่ห์ธรรมชาติและวัฒนธรรมร่วมสองฝั่งโขง

รวมถึงปัจจุบันนครพนมก็ยังมีถนนสายเศรษฐกิจ R8 / R12 ที่เชื่อมไทยกับลาวและเวียดนาม มองว่าจะเป็นหัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคด้วย

ชิงช้าสวรรค์ ริมโขง แลนด์มาร์กใหม่ปลายปี

ทางด้านนายชนนท์ กุลตั้งวัฒนา ประธานผู้นำคลื่นลูกใหม่ หรือ YEC นครพนม กล่าวว่านครพนมเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและการค้าชายแดนสูงมาก ด้วยที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ซึ่งเป็นประตูการค้าสำคัญเชื่อมไทยกับ สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ ผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3

จึงกลายเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งและส่งออกผลไม้ไทยไปจีน รวมถึงสินค้าทางการเกษตรและสินค้าแปรรูปอื่น ๆ ปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดนของนครพนมสูงกว่า 120,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

ในอนาคตเมื่อโครงการรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่–นครพนมแล้วเสร็จ จะยิ่งเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของจังหวัดให้แข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งในด้านต้นทุนและเวลาในการขนส่งสินค้า

อีกจุดแข็งสำคัญด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ด้วยภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงที่มีความยาวกว่า 100 กิโลเมตร เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสายศรัทธา มีพระธาตุพนมอันศักดิ์สิทธิ์

รวมถึงพระธาตุประจำวันเกิดต่าง ๆ ที่เป็นจุดหมายของผู้คนทั่วประเทศ และยังมีแลนด์มาร์กสำคัญอย่างพญาศรีสัตตนาคราช ถ้ำนาคีนาคา และแลนด์มาร์กใหม่ล่าสุดคือ ‘ชิงช้าสวรรค์ Mekong River Eye’ สูง 50 เมตร ที่จะเปิดให้บริการภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวริมโขงของนครพนมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

ผู้ประกอบการท้องถิ่นบทบาทสำคัญ

ขณะที่นายวิศรุต สร้อยคำ เจ้าของร้าน Chewa Cafe By SK Sroikham กล่าวว่าผู้ประกอบการท้องถิ่นของนครพนมมีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและเศรษฐกิจของจังหวัด ด้วยการนำ ‘ของดีท้องถิ่น’ มาต่อยอดให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น

เช่น การนำ กาละแม ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของนครพนม มาสร้างสรรค์เป็นเมนูเครื่องดื่มสมูทตี้ กาแฟ และไอศกรีมกาละแม ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ใหม่ ๆ จนกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลับไปซื้อต้นตำรับกาละแมเป็นของฝาก เกิดการหมุนเวียนรายได้กลับคืนสู่ชุมชน

นอกจากนี้ยังมีลิ้นจี่ นพ.1 ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นทะเบียน GI ของจังหวัด นำมาแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจ จนได้รับการนำเสนอผ่านสื่อและห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ ช่วยขยายตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่

เป้าหมายของการต่อยอดเหล่านี้ ไม่ได้มีเพียงการเพิ่มยอดขายเท่านั้น แต่ยังมุ่งส่งเสริมให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าและความภาคภูมิใจในผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของตนเอง ต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ข้อมูลอินไซต์ LINE MAN Wongnai จ.นครพนม

รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai ให้ข้อมูลเพิ่มว่า จากข้อมูลล่าสุด ภาพรวมการเติบโตแบบปีต่อปี (YoY) พบว่า นครพนมมีอัตราการเติบโตของมูลค่าการทำธุรกรรม (GMV) สูงถึง 16% เมื่อเทียบกับเฉลี่ยภาคอีสาน

ขณะที่ จำนวนออเดอร์เติบโต 12% (เฉลี่ยภาคอีสาน 10%) จำนวนผู้ใช้เติบโต 11% (เฉลี่ยภาคอีสาน 5%) ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของฐานลูกค้าและความนิยมในบริการเดลิเวอรีที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในแง่พฤติกรรมผู้บริโภค เมนูยอดนิยมของคนอีสาน ได้แก่ ส้มตำ โดยเฉพาะตำป่าและตำปูปลาร้า ส่วน เครื่องดื่มยอดฮิต ได้แก่ อเมริกาโน่และมัทฉะ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง

นอกจากนี้ ในหมวดเครื่องดื่มยังมีแบล็คคอฟฟี่ ชาเขียวนม เอสเพรสโซ่เย็น ชาไทย และช็อกโกแลต ติดอันดับยอดนิยม ขณะที่หมวดอาหารมีเมนูขายดีอย่างตำลาว ข้าวมันไก่ และข้าวผัดหมู โดยช่วงเวลา พีคของการสั่งอาหารคือ 11.00–14.00 น.

ประเภทอาหารที่เติบโตเร็วในปีนี้ ได้แก่ เพียวมัทฉะ สตรอว์เบอร์รี่ซันเดย์ พรีเมียมมัทฉะลาเต้ รามยอนเผ็ดเกาหลี x ไก่เกาหลี และขนมปังเกลือ (Shio Pan) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคในภูมิภาคเริ่มเปิดรับเมนูใหม่ ๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังพบว่า เมืองรองในภาคอีสานเติบโตได้ดีมาก โดย Top 5 เมืองรองที่มีการเติบโตสูงสุดบน LINE MAN ได้แก่ สุรินทร์ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร รวมถึงอำเภอขนาดเล็กที่แพลตฟอร์มเข้าไปให้บริการแล้ว เช่น ด่านซ้าย (เลย), ขุขันธ์ (ศรีสะเกษ), บรบือ (มหาสารคาม) และธวัชบุรี (ร้อยเอ็ด)

สำหรับ ร้านยอดนิยมบน LINE MAN จังหวัดนครพนม ได้แก่

ร้านไก่จ๋า
ร้านส้มตำใบเตย ตำแซ่บ
ครัวโพธิ์ศรี
ตำตุ๊ปุ๊ สาขานครพนม
ร้านโปรด
Nomu Coffee and Dessert
ส้มตำป้าน้อย
พรเทพ อาหารเช้า
แอบอร่อย ตามสั่ง 2
ตำยำยั่ว

ขณะเดียวกัน รางวัล LINE MAN Wongnai User’ Choice ถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่สะท้อนเสียงจริงจากผู้บริโภคอย่างแท้จริง ที่เกิดจากข้อมูลการรีวิวและการสั่งซื้อจริงของผู้ใช้งานนับล้านคนทั่วประเทศ ทำให้รางวัลนี้มีความน่าเชื่อถือสูง และกลายเป็นมาตรฐานสำคัญที่กระตุ้นให้ร้านอาหารต้องรักษาคุณภาพทั้งในด้านรสชาติ บริการ และประสบการณ์ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

ในอีกมิติหนึ่ง แพลตฟอร์มเดลิเวอรีไม่ได้มีบทบาทเพียงช่วยร้านอาหารขายดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการ สร้างอาชีพและกระจายรายได้ในท้องถิ่น ผ่านอาชีพ “ไรเดอร์” ที่มีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ

โดยในภาคอีสานมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 480 บาทต่อวัน และบางพื้นที่สูงสุดถึง 3,500 บาทต่อวัน ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับคนในพื้นที่

นอกจากนี้ LINE MAN ยังเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารผ่านการจัดกิจกรรมแคมเปญโปรโมชันอย่างล่าสุด แคมเปญ “ถูกสุดทุกวัน GRAND SALE” จัดเต็มดีลใหม่ ล็อกดีล–แฟลชดีล จัดเต็มดีลพิเศษแบบจุก ๆ ทุกช่วงเวลา

เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย เพิ่มการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และสร้างความคึกคักให้กับร้านอาหารในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตได้จริง

ครองที่ 1 แพลตฟอร์มร้านค้าร่วมคนละครึ่งพลัส

ที่สำคัญ LINE MAN ยังคงเข้าร่วมโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ ของภาครัฐ และในครั้งนี้ยังคงครองอันดับหนึ่งสำหรับร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมในแพลตฟอร์มด้วยจำนวนร้านอาหารที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกับ LINE MAN วันแรกกว่า 32,990 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ย เวลา 01.00 น.)

สอดคล้องกับรายงานของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 3 พ.ย. เวลา 14.00 น. ที่ระบุว่า มีร้านค้าเข้าร่วมฟู้ดเดลิเวอรี ลงทะเบียนแล้ว 40,722 ราย โดยร้านที่สมัครเข้าร่วมกับ LINE MAN มีจำนวน 22,831 ร้านค้า ซึ่งถือเป็นอันดับหนึ่งจากทุกแพลตฟอร์ม

“โครงการคนละครึ่ง ถือเป็นมาตรการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาลต่อผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งในเฟสก่อนหน้าสามารถผลักดันยอดขายให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการในแพลตฟอร์ม LINE MAN เพิ่มขึ้นถึง 100–150% และคาดว่าการร่วมมือกับ LINE MAN ในเฟสใหม่นี้จะเพิ่มยอดขายได้อีกอย่างน้อย 150% และอาจสูงถึง 300%ได้”

ทั้งนี้ในเฟสที่ผ่านมา มีร้านอาหารกว่า 70% ที่เข้าร่วมโครงการผ่านแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งถือเป็นสัดส่วนสูงสุดในตลาด ที่ผู้ประกอบการทั่วประเทศเลือก LINE MAN เป็นพาร์ทเนอร์หลักในการขยายโอกาสทางธุรกิจและเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ ขณะเดียวกัน ประชาชนกว่า 7 ล้านสิทธิ์ได้ใช้จ่ายผ่าน LINE MAN (รวมทุกเฟส) และกว่า 90% ของยอดสั่งอาหารในโครงการคนละครึ่งบนบริการเดลิเวอรีทั้งหมดเกิดขึ้นบน LINE MAN

นอกจากนี้ มีร้านค้าพาร์ทเนอร์บน LINE MAN ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้หลังสิ้นสุดโครงการคนละครึ่งเฟส 5 โดยพบว่า ร้านอาหารมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยระหว่าง 3–13.5 เท่า บนแพลตฟอร์ม

โดยเฉพาะในช่วงเฟส 3 ที่เติบโตสูงสุดถึง 13.5 เท่า และหลังจบเฟส 5 ร้านค้าที่ยังคงดำเนินธุรกิจบน LINE MAN มียอดขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 16.7 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเริ่มโครงการ (ก่อนเฟส 3) จากการขยายตัวสะสมในแต่ละเฟสอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ร้านค้ากว่า 50% มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1.5 เท่า ในทุกเฟสของโครงการ และหลังจบเฟส 5 ยังพบว่าร้านค้ากว่า 40% มียอดขายสูงขึ้นกว่าเดิม 1.5 เท่าจากก่อนเข้าร่วมโครงการครั้งแรก

ขณะที่อีกกว่า 10% ของร้านค้าเติบโตได้ถึง 20 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มในการช่วยให้ร้านอาหารเติบโตได้อย่างยั่งยืนแม้หลังสิ้นสุดมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ

อีกหนึ่งจุดแข็งของ LINE MAN คือ ความง่ายในการใช้งานของระบบ (UX/UI) ที่ออกแบบมาให้เป็นมิตรต่อทั้งร้านค้าและผู้บริโภค แม้โครงการจะต้องมีการสลับแอปพลิเคชันระหว่างแพลตฟอร์มและแอปเป๋าตัง

ซึ่ง LINE MAN ได้พัฒนากระบวนการให้เข้าใจง่ายและรวดเร็วที่สุด เพื่อให้ร้านค้าใช้งานได้สะดวก และลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้อย่างราบรื่น

“โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการกระตุ้นระยะสั้น แต่เป็น โอกาสในการสร้างฐานลูกค้าประจำ ถ้าเรารักษาคุณภาพอาหารและบริการให้ดีลูกค้าที่ได้ลองจากโครงการก็จะกลายเป็นลูกค้าประจำของร้านในระยะยาว ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าการได้ยอดขายชั่วคราว”

รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวในตอนท้ายด้วยว่าปัจจุบันแพลตฟอร์มมีฐานผู้ใช้งานประมาณ 10 ล้านคน และมีร้านอาหารที่อยู่ในแพลตฟอร์มทั่วประเทศทั้งสิ้นประมาณ 5 แสนราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน