ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทบทวนเกณฑ์มาร์เก็ตแคปใหม่ เปิดทาง 3 กลุ่มอุตฯ เทคโนโลยีขั้นสูงที่ได้ BOI เข้าสู่ตลาดทุนไทยง่ายขึ้น สร้างโอกาสให้นักลงทุนไทยร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจแห่งอนาคต คาดเห็นความคืบหน้าเชิงรูปธรรมภายในสิ้นปีนี้-ต้นปีหน้า
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จัดสัมมนา “BOI to IPO: ตลาดทุนสร้างการเติบโต” เพื่อผลักดันและส่งเสริมบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรม New Economy ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดทุนไทย โดยมีตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อธุรกิจให้เข้าถึงแหล่งระดมทุน และสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุน
โดยในช่วง 3 ปี่ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการปรับปรุงเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนใน SET และ mai เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มธุรกิจ New Economy ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ผ่านเกณฑ์พิจารณา มูลค่าหุ้นสามัญตามราคาตลาด (Market Capitalization) เพื่อให้กิจการที่ลงทุนในเทคโนโลยี นวัตกรรม ที่ยังไม่มีผลกำไร สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้
แต่อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่าขณะที่ยังไม่มีบริษัทใดผ่านเกณฑ์นี้เลย ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์จึงต้องมีการทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปรับปรุงและสนับสนุนการ ระดมทุน และการริเริ่มเศรษฐกิจใหม่ให้ดีขึ้น
ขณะที่นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่าการผนึกกำลังของ BOI และตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นพลังคูณสองที่จะช่วยยกระดับผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติให้สามารถเติบโตและแข่งขันในโลกยุคใหม่ได้ ผ่านการบูรณาการสิทธิประโยชน์และเครื่องมือของทั้งสององค์กร
โดยในระยะแรก จะเน้นความร่วมมือใน 2 เรื่องสำคัญ คือ การดึงบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง 3 สาขาหลัก ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า และดิจิทัล ที่เข้ามาตั้งฐานธุรกิจในประเทศไทยและได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
เพื่อเพิ่มศักยภาพการระดมทุน ยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของภาคธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทย และยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยร่วมเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการสนับสนุนให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่แล้ว มีการลงทุนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
ผ่านมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมของ BOI และโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ BOI ในการเดินหน้าประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน
สำหรับการหารือกับ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เกี่ยวกับ อุตสาหกรรม ใหม่ มุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต สำหรับสนับสนุนให้บริษัทชั้นนำเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานเห็นตรงกัน ที่จะเริ่มนำร่องในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง 3 สาขาหลัก
ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า และดิจิทัล ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยเป็นจำนวนมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
“ล่าสุด BOI ได้มีการนำ 5 บริษัทที่อยูใน่อุตสาหกรรมเป้าหมยดังกล่าวและได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เข้ารับฟังข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัรพย์”
ทางด้านนายอำนวย จิรมหาโภคา ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้กล่าวว่าขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังทำงานร่วมกับ BOI และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ( ก.ล.ต. ) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลหลักของตลาดทุน และคาดว่าจะมีความคืบหน้าในการแก้ไขกฎเกณฑ์ กติกา และความชัดเจนของสิ่งจูงใจต่าง ๆ ภายในช่วงปลายปีนี้จนถึงปีหน้า