สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เผยผลสำรวจตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย ไตรมาส 3/2568 ยังไม่ฟื้นตัว อัตราปฏิเสธสินเชื่อพุ่งแตะ 40% วอนรัฐฟื้นมาตรการ “สินเชื่อบ้านหลังแรก” เร่ง “เกณฑ์สินเชื่อแบบมาตรฐานเดียวกัน” ให้ทุกกลุ่มเข้าถึงสินเชื่ออย่างเท่าเทียม

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร (HBA) เปิดเผยผลสำรวจภาวะการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในไตรมาส 3 ปี 2568 พบว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ยังคงอยู่ที่ระดับสูงกว่า 39–40% โดยยังใกล้เคียงกับไตรมาส 2/2568 ขณะที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์บ้านแนวราบชะลอตัวตามกำลังซื้อที่ลดลง

สะท้อนปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวและเกณฑ์การปล่อยกู้ที่เข้มงวดขึ้น

สำหรับสาเหตุหลักที่สินเชื่อถูกปฏิเสธ

· ภาระหนี้สูงเกินไป (37.3%)

· รายได้ไม่มั่นคง (33.3%)

· ประวัติทางการเงินไม่ดี (21.6%)

ด้านธนาคารยังคงเข้มงวด โดยเหตุผลหลักมาจาก

· เกณฑ์การพิจารณาที่เข้มงวด (25.5%)

· ระบบเอกสารซับซ้อน (12.8%)

· ใช้เวลาพิจารณานาน (17%)

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือผู้มีรายได้ไม่ประจำ เช่น ฟรีแลนซ์ หรืออาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า และแรงงานอิสระ ซึ่งแม้มีความสามารถในการชำระหนี้ แต่ไม่สามารถแสดงหลักฐานรายได้ตามรูปแบบที่ธนาคารต้องการ

ผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์

• บ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท มีอัตราการถูกปฏิเสธสูงสุด และยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว

· บ้านราคา 3–7 ล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อน

· บ้านราคาสูงกว่า 7 ล้านบาท มีอัตราปฏิเสธต่ำ แต่เริ่มมีสัญญาณชะลอในกลุ่มลูกค้าธุรกิจ

อย่างไรก็ดีจากแนวโน้มข้างต้น สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร จึงได้รวบรวมข้อเสนอจากผู้ประกอบการ ดังนี้

· ปรับเกณฑ์สินเชื่อให้ยืดหยุ่นมากขึ้น (31.4%)

· พิจารณากลุ่มอาชีพอิสระและผู้มีรายได้ออนไลน์โดยเฉพาะ (19.6%)

· ลดอัตราดอกเบี้ยและขั้นตอนเอกสาร (25.5%)

พร้อมกับมาตรการระยะสั้นที่เสนอ

· สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษสำหรับบ้านหลังแรก/บ้านราคา 3 ล้านบาทลงไป (30.4%)

· ลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยเงินกู้และเงินดาวน์ (17.4%)

· ลดค่าธรรมเนียมโอน–จดจำนอง เพื่อกระตุ้นตลาดปลายปี

ท้ังนี้นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ยังได้แสดงมุมมองเศรษฐกิจไทยว่า ตลาดสินเชื่อยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากกำลังซื้อภาคครัวเรือนยังเปราะบาง และธนาคารยังคงระมัดระวังในการปล่อยกู้ หลังจากเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าเป้าในครึ่งปีแรก พร้อมกับอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง

จึงเรียกร้องให้รัฐบาล “ฟื้นมาตรการสินเชื่อบ้านหลังแรก” และเร่ง “เกณฑ์สินเชื่อแบบมาตรฐานเดียวกัน (Unified Lending Criteria)” เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้อย่างเท่าเทียม

แม้ตลาดอสังหาฯ จะมีแรงหนุนจากความต้องการอยู่อาศัยจริง แต่อุปสรรคด้านสินเชื่อยังเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดการฟื้นตัว โดยคาดว่าตลาดจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญก็ต่อเมื่อมีมาตรการกระตุ้นสินเชื่อและการคลายเกณฑ์ LTV จากรัฐและธนาคารกลางในช่วงต้นปี 2569

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน