ราช กรุ๊ป ปรับกลยุทธ์ธุรกิจรับทิศทางพลังงานในอนาคต พร้อมผลักดัน RAC ขยายฐานธุรกิจพลังงานสะอาดในออสเตรเลีย เสริมสร้างมูลค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืน

สายส่ง โรงไฟฟ้า ทาวน์สวิลล์
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงปี 2568-2572 ตอบสนองทิศทางพลังงานในอนาคต สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจและมูลค่าได้ต่อเนื่อง
นอกจากการลงทุนในประเทศไทยที่มีสัดส่วนถึง 50.62% ทำรายได้ 68% ของรายได้รวม บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจในต่างประเทศที่เป็นฐานการลงทุนจากปัจจุบันสัดส่วน 32% ได้แก่ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย สปป.ลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เป็นต้น

กังหันลมผลิตไฟฟ้า
พร้อมตั้งเป้าแสวงหาโอกาสการลงทุนในพื้นที่ใหม่ๆ ที่มีการพัฒนาและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงาน อาทิ ประเทศในภูมิภาคยุโรปตะวันตก และญี่ปุ่น หากเป็นไปตามเป้าหมาย เมื่อโครงการในต่างประเทศเริ่มเปิดดำเนินการ คาดว่าใน 3 ปีข้างหน้าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะแซงหน้ารายได้ในประเทศ หรือมากกว่า 50% ของรายได้รวม
ในโอกาสนี้ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-4 ต.ค.2568 ที่ผ่านมา ราช กรุ๊ป ได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมกิจการของบริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น (RAC) ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริษัทย่อย แต่เป็นแกนหลักในการขยายธุรกิจ สร้างรายได้ให้กับบริษัท ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้ผลิตพลังงานเอกชนชั้นนำในออสเตรเลีย พร้อมทั้งใส่ใจชุมชนและสิ่งแวดล้อม”

ดูงานโรงไฟฟ้า RAC
ด้วยเล็งเห็นว่าออสเตรเลียเป็นตลาดไฟฟ้าพลังงานสะอาดและเกี่ยวเนื่องที่เติบโตต่อเนื่อง ตามเป้าหมาย Net Zero Emissions ของประเทศ ซึ่งเพิ่มโอกาสการลงทุนพัฒนาโครงการพลังงานทดแทน ระบบกักเก็บพลังงาน และการให้บริการเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า โดยใช้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ
เพียงครึ่งแรกของปีนี้ RAC มีสัดส่วนรายได้ 19% ของรายได้รวมบริษัท คิดเป็นมูลค่า 2,948 ล้านบาท และคาดว่ารายได้จะเพิ่มมากขึ้น หากโครงการที่อยู่ในมือสามารถพัฒนาและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จตามเป้าหมาย

นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ และผู้บริหาร
นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ราช กรุ๊ป กางแผนกลยุทธ์ใหม่ บริษัทจะมุ่งเน้นธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานเป็นหลัก โดยจะขยายการลงทุนครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจให้มากขึ้น รวมถึงการจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้สร้างมูลค่าสูงสุด ทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าให้ใช้พลังงาน และปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยที่สุด
การปรับเปลี่ยนโรงไฟฟ้าที่ปลดระวาง เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ และนวัตกรรมพลังงานที่สนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของโลก
ล่าสุด RAC ได้พัฒนาโครงการ Synchronous Condenser ในโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซทาวน์สวิลล์ ขนาด 234 เมกะวัตต์ เป็น โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่มีกังหันก๊าซ (Gas Turbine) 1 เครื่อง ทำงานร่วมกับกังหันไอน้ำ (Steam Turbine) 1 เครื่อง โดยดัดแปลงกังหันก๊าซและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเดิม ให้สามารถทำงานในรูปแบบเครื่องปรับเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้าแบบหมุนไฮบริด (Hybrid Rotating Grid Stabilizer : RGS)

สรุปแผนธุรกิจราช กรุ๊ป
ทั้งนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพระบบส่งไฟฟ้าของรัฐควีนส์แลนด์ โดยสามารถจ่ายไฟได้ 33,106 ครัวเรือน/ปี ป้องกันเหตุไฟฟ้าดับในวงกว้าง รองรับการเชื่อมต่อพลังงานทดแทนที่มักมีความผันผวนสูง นับเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับสินทรัพย์โรงไฟฟ้าที่กำลังจะปลดระวางตามแผนงาน คาดว่าความต้องการโครงการลักษณะนี้จะมากขึ้น ตามการใช้พลังงานทดแทนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต
โรงไฟฟ้าพลังงานลมคอลเล็กเตอร์ ออสเตรเลีย (Collector Wind Farm) มูลค่าโครงการประมาณ 360 ล้านเหรียญออสเตรเลีย กำลังการผลิตติดตั้ง 226.8 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในภูมิภาคเซาเทิร์นเทเบิลแลนด์ส รัฐนิวเซาท์เวลส์ ถือเป็นโครงการพลังงานทดแทนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด บนพื้นที่โครงการ 6,200 เฮกตาร์ หรือ 38,750 ไร่ มีจำนวนกังหันลม 54 ต้น และมีกำลังการผลิตสูงที่สุดของ RAC ในปัจจุบัน สามารถจ่ายไฟได้มากกว่า 80,000 ครัวเรือน/ปี ลดการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 320,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์/ปี

ฟังบรรยายโรงไฟฟ้าพลังงานลมคอลเล็กเตอร์
ปัจจุบันมีผู้รับซื้อไฟฟ้าโดยมีสัญญาซื้อขาย (Off-takers) ครบถ้วนตามกำลังการผลิตทั้งหมด รวม 3 ราย สัญญาซื้อขายไฟฟ้า รายละ 10 ปี ประกอบด้วย บริษัท Iberdrola Australia Energy Markets Pty Ltd. 60% บริษัท ALDI Foods Pty Ltd. 19.4% และบริษัท ZEN Energy Retail Pty Limited 20.6%
ภายใต้แผนกลยุทธ์ของบริษัท RAC จะสนับสนุนเป้าหมายด้านพลังงานทดแทนของบริษัท ที่กำหนดเป้าหมายไว้ 30% ของกำลังการผลิตรวมในปี 2573 และ 40% ในปี 2578 ซึ่งปัจจุบัน RAC อยู่ระหว่างศึกษาเพื่อพัฒนาและก่อสร้างโครงการพลังงานทดแทนและระบบกักเก็บไฟฟ้า รวม 9 โครงการ
ในจำนวนนี้มี 4 โครงการที่มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์มารูลัน กำลังการผลิต 150 เมกะวัตต์ ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ขนาด 81 เมกะวัตต์ และกักเก็บพลังงานได้ 162 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและกำหนดจะเดินเครื่อง เชิงพาณิชย์ในปี 2570

พลังงานลมคอลเล็กเตอร์ ที่ออสเตรเลีย
โครงการระบบกักเก็บพลังงานเบรีล ขนาด 100 เมกะวัตต์ และกักเก็บพลังงานได้ 200 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และโครงการระบบกักเก็บพลังงานอีแอล เอริช ขนาด 250 เมกะวัตต์ และกักเก็บพลังงานได้ 500 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งแผนงานทั้งสองโครงการได้รับความเห็นชอบแล้ว และคาดว่าจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2572
โครงการพลังงานลมสปริงแลนด์ อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาโครงการ ซึ่งการประเมินเบื้องต้นความเร็วลมเหมาะสมเป็นแหล่งพลังงานได้ และมีระบบสายส่งในพื้นที่รองรับได้ สำหรับกำลังการผลิตของโครงการประมาณการ 500-800 เมกะวัตต์ คาดว่าเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2573
ปัจจุบัน RAC บริหารจัดการสินทรัพย์โรงไฟฟ้าในออสเตรเลีย กำลังการผลิตรวม 2,095 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 3 แห่ง และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วย
นายนิทัศน์เผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) มากกว่า 5 โครงการ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในช่วงไตรมาส 4/2568 ด้วยงบลงทุนที่ตั้งไว้ 15,000 ล้านบาท ยังเหลืออยู่ ส่วนปี 2569 ตั้งงบลงทุนที่ 15,000 ล้านบาท เน้นลงทุนโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการระบบผลิตไฟฟ้า หรือโรงไฟฟ้าหมุนเวียนใหม่ที่สร้างขึ้นในพื้นที่ที่ไม่มีระบบผลิตไฟฟ้ามาก่อน (Greenfield) และทำ M&A เพิ่มเติม

RAC พัฒนาโครงการ Synchronous Condenser
ภายใต้กลยุทธ์หลัก 5S ครอบคลุมหลักการ ดังนี้ S1 การบริหารพอร์ตสินทรัพย์ โดยจะเน้นการปรับปรุงศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำกำไร S2 การลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าตามแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของแต่ละประเทศ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
S3 การลงทุนธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านพลังงาน S4 การพัฒนาโรงไฟฟ้าที่หมดอายุให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และ S5 ลงทุนรูปแบบ Corporate Venture Capital (CVC) ในธุรกิจสตาร์ตอัพด้านพลังงานรูปแบบใหม่ และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เน้นสตาร์ตอัพ Series B ขึ้นไป ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 500 ล้านบาท คาดว่าจะเห็นการลงทุนในปี 2569
บริษัทเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ดังกล่าวนี้จะเสริมสร้างความมั่นคงและแข็งแกร่งทางการเงิน ความเป็นเลิศการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน
พรพิมล แย้มประชา