PROSPECT REIT ทุบสถิติอัตราการเช่านิวไฮ ไตรมาส 3/68 พุ่งแตะ 98.37% ชี้ดีมานด์ต่างชาติเช่าโรงงานพื้นที่ Free Zone สุดแกร่ง เตรียมจ่ายปันผล 0.2150 บาทต่อหน่วย

วันที่ 14 พ.ย. 2568 นางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล หรือ “PROSPECT REIT” เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2568 รายได้รวม 266.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.01% และมีกำไรจากการดำเนินงานทั้งสิ้น 155.38 ล้านบาท เติบโต 57.44% จากไตรมาสก่อน

โดยเป็นการรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ที่ลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ช่วงเดือนมิ.ย. แบบเต็มไตรมาส รวมกับทรัพย์สินเดิมที่มีผลการดำเนินงานดี เป็นการตอกย้ำการเติบโตอย่างมั่นคงตามเป้าหมายที่ได้คาดการณ์ไว้ ทำให้เห็นแนวโน้มรายได้และกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัว

ในขณะที่อัตราการเช่า (Occupancy Rate) ทำลายสถิติสูงสุดใหม่ที่ 98.37% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติที่มองไทยในการเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะทำเลบริเวณถนนบางนา-ตราด จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นที่ตั้งของทรัพย์สินภายใต้การจัดการของกองทรัสต์ ถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่โดดเด่นตลอดกาล

ประกอบกับพื้นที่โครงการที่ลงทุนเพิ่มเติมเข้ามาเป็นอาคารคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าสร้างใหม่คุณภาพสูง และมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากพื้นที่ Free Zone หรือเขตปลอดอากร ที่มีบริการ One Stop Service ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้เกิดการตั้งฐานการผลิตระยะยาวและมองเห็นการต่อสัญญาที่ต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมจ่ายประโยชน์ตอบแทนสำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 ในวันที่ 15 ธ.ค. 2568 ในอัตรา 0.2150 บาทต่อหน่วยทรัสต์ กำหนดขึ้นเครื่องหมายวันที่ไม่ได้รับสิทธิรับเงินปันผล (XD) วันที่ 28 พ.ย. 2568 ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2568 จ่ายเงินออกให้แก่ผู้ถือหน่วยไปทั้งสิ้น 0.6100 บาทต่อหน่วย

“ผลงานไตรมาส 3 เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนคุณภาพโครงการที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว โดยไตรมาสล่าสุดมีอัตราการต่อสัญญา (Renewal Rate) อยู่ที่ 94.82% จากการที่มีผู้เช่ากว่า 70% ที่ประกอบกิจการโรงงานทำให้มีแนวโน้มเช่าระยะยาว นอกจากนี้ยังมีผู้เช่ารายใหม่ที่เป็นผู้ประกอบการชั้นนำจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้ความสนใจเช่าพื้นที่” นางสาวอรอนงค์ กล่าว

โดยเฉพาะในพื้นที่ Free Zone และการมีอาคารโรงงานและคลังสินค้าแบบสำเร็จรูปพร้อมใช้ช่วยตอบโจทย์ความต้องการตั้งฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติได้อย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทมองเห็นแนวโน้มการขยายตัวของผู้เช่าเดิม พร้อมทั้งการขยายเครือข่ายผู้เช่าใหม่

ในขณะเดียวกันการบริหารจัดการทางการเงินของกองทรัสต์ยังคงแข็งแกร่ง นโยบายการลงทุนในโครงการสร้างใหม่สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านซ่อมบำรุงได้เป็นอย่างดี โดยบริษัทพร้อมที่จะเดินหน้าวางกลยุทธ์การลงทุน ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงและการวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้านอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ ณ ไตรมาสที่ 3/2568 PROSPECT REIT มีทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการทั้งหมด 4 โครงการ โครงการ BFTZ 1, 2, 3 และโครงการ X44 พื้นที่ให้เช่ารวม 514,010 ตร.ม. มูลค่าสินทรัพย์รวม 8,940.79 ล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่ Free Zone ประมาณ 60% กระจายความเสี่ยงในหลากหลายอุตสาหกรรม

ได้แก่ ขนส่งและโลจิสติกส์ ยานยนต์ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลและเวชภัณฑ์ ตามลำดับ พื้นที่ส่วนใหญ่มีผู้เช่าเป็นสัญชาติไทย จีน และญี่ปุ่น โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าขยายมูลค่าสินทรัพย์ทะลุ 10,000 ล้านบาทภายในปี 2569 และวางแผนลงทุนในรูปแบบ Leasehold ที่มีระยะเวลายาวขึ้น ช่วยรักษาเสถียรภาพของการจ่ายประโยชน์ตอบแทน

นางสาวอรอนงค์ กล่าวว่า Industrial REIT เป็นอีกทางเลือกการลงทุนที่ช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงในพอร์ตและสร้างผลตอบแทนเป็นเงินปันผลสม่ำเสมอในระยะยาว ด้วยพื้นฐานของสินทรัพย์ที่เติบโตไปกับภาคอุตสาหกรรม

จากตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เงินลงทุนรวม 985,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% ตอกย้ำว่าประเทศไทยเป็นฐานการลงทุนที่สำคัญในภูมิภาค

ในฝั่งของการลงทุนหากอัตราดอกเบี้ยมีการปรับลดลง ต้นทุนทางการเงินจะลดลงเช่นเดียวกัน จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยอัปไซด์ให้กับผลการดำเนินงานของกองทรัสต์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลตอบแทนโดยรวมแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์

นางสาวอรอนงค์ กล่าวเสริมว่าก้าวต่อไป PROSPECT REIT มีโอกาสลงทุนในโครงการของ Sponsor หลัก บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บน 3 ทำเลยุทธศาสตร์ ได้แก่ บางนา-ตราด สมุทรปราการ, บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และ วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา อีกกว่า 500,000 ตร.ม.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน