อรรถกร ดัน “ ทัวร์ไทยคนละครึ่ง ” เข้า ครม. ใช้งบคงเหลือ 500 ล้าน หวังเริ่มเที่ยวได้ ก.พ.ปีหน้า ช่วยผู้ประกอบการ ส่วนเที่ยวไทยคนละครึ่งจะมีเฟส 2 ต้องรอก่อน
วันที่ 16 พ.ย. 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เตรียมนำโครงการ ทัวร์ไทยคนละครึ่ง เสนอที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณานำเงินที่เหลือจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่มีการใช้จ่ายทั้งหมดที่มีการสิ้นสุดการเที่ยวไปเมื่อ 31 ต.ค. 2568 เบื้องต้นถือว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ช่วยผู้ประกอบการขนาดเล็กและชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ในระดับท้องถิ่น เป็นแรงผลักดันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
“ โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ปิดจบเมื่อปลายเดือนต.ค.เหลือเงิน 500 ล้านบาท จากทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและการใช้และวอเชอร์ ใช้เงินประมาณ 1,250 ล้านบาท จากงบประมาณที่ครม.อนุมัติ 1,750 ล้านบาท เงินที่เหลือดังกล่าวจะเร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง เข้าครม.ให้อนุมัติให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว เมื่อครม.อนุมัติแล้ว คาดว่าประมาณ เดือนก.พ.2569 จะเริ่มเที่ยวได้”
นายอรรถกร กล่าวว่า ส่วนโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง จะมีในเฟส 2 หรือไม่ต้องขอพิจารณาก่อน เพราะรัฐบาลต้องเร่งดำเนินโครงการ ที่เป็นโครงการ Quick big win ก่อน จึงสั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หาโครงการที่กระตุ้นการท่องเที่ยว ในระยะสั้นๆ ที่สามารถดำเนินการได้เลยมาก่อน เพื่อเสนอ ครม. พิจารณา มีโครงการ ที่เร็วไม่ต้องใช้เงิน ไม่ต้องขอครม. ให้เร่งดำเนินการ หรือถ้าต้องขอ ครม.เสนอขึ้นไป มีโอกาสที่จะได้อนุมัติทันที ทำก่อน
สำหรับนโยบาย “Quick Big Win” เร่งฟื้นเศรษฐกิจรับไฮซีซั่นปลายปี 2568 ที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2568 มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นมาตรการลดต้นทุน ลดหย่อนภาษีให้กับผู้ประกอบการ อาทิ สายการบิน โรงแรม ถือเป็นการลดต้นทุน หากผู้ประกอบการมีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจลดลง ก็อาจะข้าร่วมทำโปรโมชั่นกระตุ้นการท่องเที่ยวกับรัฐบาล เพื่อสร้างบรรยากาศให้กับการท่งเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวในตลาดระยะไกลทั้งจากยุโรปและอเมริกา มีส่วนเพิ่มขึ้นประมาณ 11 % ส่งผลให้สัดส่วนของรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติของตลาดระยะไกล มีสัดส่วนประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 31% และตลาดระยะใกล้มีสัดส่วน 69%
จากในอดีตมีสัดส่วนรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติในตลาดระยะไกลอยู่ที่ 20% ขณะที่รายได้จากต่างชาติระยะใกล้อยู่ที่ 80% ปี 2568 ตลาดระยะไกลมีความชัดเจนของการเติบโต และสามารถชดเชยนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะใกล้ๆที่หายไปได้
ดังนั้นในปี 2569 คาดว่ารายได้ท่องเที่ยวไทยจะเติบโตถึง 2.8 ล้านล้านบาท หรือโตประมาณ 7% จากปี 2568 ที่มีรายได้รวม 2.6 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 33.4 ล้านคน และนักท่องเที่ยวคนไทย 205 ล้านคนครั้ง ปลายปี 2568 การเดินทางในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา 9 หมื่นถึง 1 แสนคนต่อวัน คาดช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่ม 20-30% ถือว่าดีกว่าปี 2567