EGCO Group เผยผลการดำเนินงานโดดเด่น จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ-ธุรกิจสาธารณูปโภค แสวงหาโอกาสควบรวม-ซื้อกิจการ ต่อยอดโครงการลงทุนใหม่จากพันธมิตร
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 บริษัทมีรายได้รวม 6,928 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 844 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 656 ล้านบาท
โดยปัจจัยสนับสนุนกำไรจากการดำเนินงานมาจากผลประกอบการที่โดดเด่นของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว เป็นหลัก ได้แก่ น้ำเทิน 2 และไซยะบุรี ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากฤดูกาลที่มีปริมาณน้ำมาก
โรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ได้แก่ Linden Cogen และ Compass ในสหรัฐ Paju ES ในเกาหลีใต้ และ San Buenaventura ในฟิลิปปินส์ รวมถึงธุรกิจสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน CDI Group ในอินโดนีเซีย
ปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 ได้แก่ การซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้า Quezon ในฟิลิปปินส์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ภายใต้สัญญา PSA ฉบับใหม่ ซึ่งเริ่ม COD เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2568 ที่ผ่านมา
ส่วนผลกระทบจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงินและการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นรายการทางบัญชี เป็นปัจจัยเฉพาะช่วงและไม่กระทบต่อศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 2568 มีรายได้รวม 29,126 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน 4,348 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 5,078 ล้านบาท
ทั้งนี้เป็นผลจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว โรงไฟฟ้า San Buenaventura ในฟิลิปปินส์ โรงไฟฟ้า Paju ES ในเกาหลีใต้ และกลุ่มโรงไฟฟ้าในสหรัฐ
นอกจากนี้ ยังรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในโรงไฟฟ้า RISEC ในสหรัฐ และโรงไฟฟ้า Boco Rock Wind Farm ในออสเตรเลีย ตามกลยุทธ์การขายสินทรัพย์ในเวลาที่เหมาะสม และนำเงินที่ได้จากการขายไปลงทุนใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มและการเติบโตในระยะยาว
บริษัทยังมีความเคลื่อนไหวด้านการลงทุนที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การปิดดีลเข้าลงทุน 49% ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Wheatsborough Solar กำลังผลิต 125 เมกะวัตต์ ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐ
Wheatsborough Solar เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแห่งที่ 2 ของกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle ll ที่บริษัทถือหุ้น และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม Linden Cogen กำลังผลิต 980 เมกะวัตต์ เป็น 38%
นายธวัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานรวมปี 2568 บริษัทยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทั้งจากการรับรู้รายได้เพิ่มจากโครงการในต่างประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ ได้แก่ การลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle ll กำลังผลิตรวม 251 เมกะวัตต์
การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้า Linden Cogen เป็น 38% รวมทั้งคาดว่าโรงไฟฟ้าที่บริษัทถือหุ้นในสหรัฐ จะได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากดีมานด์ของธุรกิจ Data Center และ AI ขณะที่ราคาซื้อขายไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
ด้านการลงทุนใหม่ EGCO Group ยังเดินหน้าแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อเป้าหมาย Net Zero ผ่านการลงทุนทั้งรูปแบบการควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions-M&A)
การลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ (Greenfield) โดยต่อยอดและเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว โดยเฉพาะสหรัฐ สะท้อนถึงการเสริมสร้างสถานะเชิงกลยุทธ์ของบริษัทในตลาดพลังงานของสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับโอกาสการลงทุนในประเทศ บริษัทยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศ (RE Big lot) รอบที่ 2 ซึ่งบริษัทได้รับการคัดเลือกจำนวน 11 โครงการ กำลังผลิตติดตั้งรวม 448 เมกะวัตต์
อีกทั้ง บริษัทยังมีความสนใจและอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในนโยบาย Direct PPA ที่เปิดทางให้ภาคเอกชนทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะอาดกับผู้ผลิตได้โดยตรง ซึ่งเป็นแรงดึงดูดสำคัญในการลงทุนของธุรกิจ Data Center และ AI ที่ต้องการพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพ