พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค คาดตลาดอสังหาฯ ปีนี้แย่ทั้งดีมานด์และซัพพลาย ยอดเปิดโครงการใหม่ดิ่ง30% สูงสุดในรอบ 20 ปี พร้อมข้ามชอร์ตเปิดแผนรุกตลาดปี 69 ดันยอดขาย 11,000 ล้าน ฟื้นตัวกลับสู่ฐานเดิม
นายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์เผชิญความท้าทายสูงสุดในรอบสองทศวรรษ จากอุปทานและอุปสงค์ลดลงอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี โครงการเปิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง ปีนี้คาดว่าจะมีเพียง 30,000 หน่วย
ขณะที่ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย คาดว่าจะอยู่ที่ราว 46,000 หน่วย สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง หรือชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว
“ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเมืองเป็น 2 ตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติที่ชะลอการเข้ามาซื้อเพื่อลงทุน โดยการเปลี่ยนผ่านผู้นำทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นโยบายเศรษฐกิจขาดความชัดเจนและต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างรวดเร็ว”
ทั้งนี้ประเมินว่าภาพรวมตลาดจะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังการเลือกตั้งปีหน้า หากได้รัฐบาลใหม่ที่สามารถเรียกความเชื่อมั่น ประกอบกับมีทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง จะเป็นกลไกสำคัญต่อการฟื้นตัวและเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
ปี 69 เดินแผนระมัดระวัง
ในส่วนของแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายกลับสู่ฐานเดิมที่ 11,000 ล้านบาท แม้ตลาดยังท้าทาย
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยการดำเนินแผนลงทุนอย่างระมัดระวัง ควบคู่กับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยอดขายแบ่งเป็น 9,000 ล้านบาท จากโครงการของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และอีก 2,000 ล้านบาท จากโครงการคอนโดมิเนียมของ แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ถือเป็นเป้าหมายการฟื้นตัวกลับสู่ฐานเดิมของบริษัท
“แม้ว่าตลาดจะยังอยู่ในภาวะหดตัว บริษัทเชื่อมั่นว่าจะขับเคลื่อนยอดขายได้ตามเป้าหมายด้วยประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ที่ช่วยให้การพัฒนาสินค้าตอบโจทย์ตลาดได้แม่นยำขึ้น”
พัฒนาแบบบ้านใหม่ทุกเซกเมนต์
สำหรับกลยุทธ์สำคัญในปี 2569 บริษัทมุ่งเน้นการยกระดับผลิตภัณฑ์และคุณภาพงานก่อสร้างโดยเตรียมเปิดตัวแบบบ้านรุ่นใหม่ในทุกเซกเมนต์ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ที่ผ่านการออกแบบร่วมกันระหว่างทีมสถาปนิกทั้งภายในและภายนอกองค์กร
ทั้งการปรับรูปแบบบ้านและการปรับฟังก์ชั่นภายในให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างให้เข้มข้น โดยพัฒนากระบวนการตรวจสอบให้มีมาตรฐานสูงขึ้น พร้อมปรับปรุงโครงการที่มีอยู่ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาด และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคปัจจุบัน

ปรับปรุงสโมสร 25 โครงการเป็นศูนย์สุขภาพและไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ บริษัทได้วางแผนปรับปรุงสโมสรรวม 25 แห่งภายในโครงการต่าง ๆ สู่การเป็น“ศูนย์สุขภาพและไลฟ์สไตล์ (Health & Lifestyle Club)” พื้นที่ส่วนกลางรูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความสะดวกสบาย อย่างครบวงจร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกโครงการ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่โครงการ ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กร มุ่งสร้างรายได้ประจำ 30% ใน 3 ปี
บริษัทยังมีการวิเคราะห์โอกาสเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างฐานรากที่แข็งแกร่ง ด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความกระชับขึ้น เน้นการสร้างรายได้จากบริษัทร่วมทุนให้เพิ่มขึ้น พร้อมหารายได้เพิ่มจากธุรกิจอื่น โดยขยายโอกาสในธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงในระยะยาว
ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างวางแผนการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอ ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ประจำให้อยู่ในระดับไม่น้อยกว่า 30% ภายในปี 2571 โดยไม่พึ่งพิงรายได้จากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแต่เพียงอย่างเดียว