คามุ คามุ ประกาศรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 14 ปี ปรับโฉมแบรนด์และดีไซน์ร้านให้ทันสมัย ควบคู่กับการเปิดตัวไลน์อัปเมนูใหม่ มุ่งเจาะกลุ่ม Gen Z – Alpha ชิงตลาด
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 นายทินกฤต สินทัตตโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คามุ คามุ จำกัด (KAMU KAMU) แบรนด์เครื่องดื่มชานมและกาแฟสัญชาติไทย เปิดเผยว่า การรีแบรนด์ครั้งใหญ่นี้ เกิดจากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจในตลาดเครื่องดื่มที่มีการเติบโตสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงเปิดรับสิ่งใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัว ขณะเดียวกัน ตลาดชานมในประเทศไทยยังคงมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง โดยมีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท และขยายตัวเฉลี่ย 7% ต่อปี
แม้จะเป็นตลาดที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้น แต่ คามุ คามุ ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นกว่า 18% และยอดขายจากสาขาเดิมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและคุณภาพที่แบรนด์ยึดมั่นมาตลอด
“ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา คามุ คามุ ยึดมั่นในการส่งมอบเครื่องดื่มคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ที่ทั้งอร่อย สดใหม่ และมีคุณภาพในทุกวัน เราให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ผลิตสดแบบวันต่อวัน และปราศจากวัตถุกันเสียในทุกขั้นตอน
เพราะเราเชื่อว่านี่คือหัวใจสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ความมุ่งมั่นเหล่านี้สะท้อนอยู่ใน DNA ของแบรนด์คามุ คามุ ที่ยึดถือคุณภาพและความใส่ใจในทุกรายละเอียด จึงสามารถยืนหยัดเติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น และครองใจผู้บริโภคได้เสมอมา”
จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคของคามุ คามุ พบว่า คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Early Working Adults มีแนวโน้มบริโภคเครื่องดื่มแบบ Made-to-Order มากขึ้น เฉลี่ย 3–4 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อเติมพลังและสร้างโมเมนต์แห่งความสุขเล็กๆ ระหว่างวัน รวมถึงชื่นชอบเมนูที่มีความแปลกใหม่ ถ่ายรูปสวย และสะท้อนตัวตนของตนเอง ขณะเดียวกันเทรนด์ตลาดยังสะท้อนถึงความนิยมในเมนู ผลไม้ ชาชีส และเครื่องดื่มหลายเลเยอร์ ซึ่งให้ทั้งความสดชื่นและความหรูหราในเวลาเดียวกัน

แนวคิด “Spark Joy Everyday” จึงถูกต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจให้คามุ คามุ พัฒนาเมนูใหม่ ๆ ที่สะท้อนรสนิยมของผู้บริโภครุ่นใหม่ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แสวงหาความสุขในทุกแก้วที่ดื่ม โดยได้พัฒนาและสร้างสรรค์เมนูใหม่กว่า 10 รายการ เพื่อตอบโจทย์ทั้งลูกค้าเดิมและกลุ่มคนรุ่นใหม่
อาทิ Flora Tea ชาดอกไม้อย่าง คามิเลีย และ ออสมันตัส (ชาหอมหมื่นลี้) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก, มัทฉะชาโดะ เมนูชาเขียวพรีเมียมท็อปด้วยครีมชีสหอมมัน รับเทรนด์มัทฉะฟีเวอร์ และ Chizu Brûlée หอมกลิ่นครีมชีสเบิร์นไฟ กลมกล่อมลงตัว พร้อมเปิดตัว วาราบิโมจิ ท็อปปิ้งใหม่ล่าสุด เติมเต็มทั้งรสชาติและประสบการณ์ความอร่อยในทุกแก้ว


“การรีแบรนด์เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปีนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตระยะยาว โดยมุ่งยกระดับแบรนด์ให้มีความสดใหม่ ทันสมัย และใกล้ชิดผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เพื่อขยายฐานสู่กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Gen Alpha ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและมีอิทธิพลต่อเทรนด์การบริโภคในอนาคต
ขณะเดียวกัน เรายังคงให้ความสำคัญกับลูกค้าเดิมที่เติบโตมากับเรา โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดขายสาขาเดิมอย่างน้อย 10% ต่อปี และเดินหน้าขยายสาขาจากกว่า 190 แห่งทั่วประเทศ เพิ่มเฉลี่ยปีละ 30 สาขา เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย 300 แห่งภายใน 3 ปี พร้อมตั้งงบลงทุน 8 หลัก เพื่อขยายสาขาและปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ คามุ คามุ เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำความตั้งใจของเราในการเป็นแบรนด์เครื่องดื่มคุณภาพที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคในทุกวันและอยู่ในใจผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน” นายทินกฤต กล่าวเสริม
พบกับสโตร์โฉมใหม่และเมนูใหม่จากคามุ คามุ ได้แล้ววันนี้ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อซื้อ Camellia Flora Milk Tea (Size L) รับฟรีอีก 1 แก้ว ทั้งหน้าร้านกว่า 190 สาขาทั่วประเทศและผ่านเดลิเวอรี่แพลตฟอร์ม ได้แก่ GrabFood, LINE MAN และ ShopeeFood ถึวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568