ธรรมนัส ชี้ ครม.ขยายเวลาสร้างอุโมงค์ผันน้ำแม่กวงถึงปี 2574 ลงพื้นที่สั่งเร่งงานเพิ่มน้ำต้นทุน–ลดน้ำท่วมเชียงใหม่ลำพูน หนุนภาคเกษตร ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม
วันที่ 24 พ.ย.2568 ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 ขยายระยะเวลาดำเนินโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จาก 16 ปี เป็น 20 ปี (2555–2574) โครงการฯช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและบรรเทาอุทกภัยในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ภายใต้วงเงิน 15,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ การดำเนินดครงการฯเพื่อแก้ปัญหา การก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำและระบบประกอบต่าง ๆ แล้วเสร็จตามมาตรฐาน เพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำและสนับสนุนการเกษตร อุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม
“ภายในสัปดาห์นี้ จะสรุปแผนการเร่งรัดก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้สามารถแล้วเสร็จตามกรอบสัญญาใหม่ และต้องเร่งดำเนินการส่วนที่เหลือให้ครบถ้วน เมื่ออุโมงค์แล้วเสร็จการบริหารจัดการน้ำจะถูกบริหารร่วมกันได้อย่างสมดุล ช่วยให้เชียงใหม่พ้นปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากได้ ผมกำชับว่าโครงการนี้ต้องเดินหน้าอย่างไม่มีสะดุด และได้มอบหมายให้ท่านนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กำกับติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์เร็วที่สุด”
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สำหรับโครงการประกอบด้วยการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำรวม 49 กิโลเมตร แบ่งเป็นช่วงที่ 1 แม่แตง–แม่งัด ยาว 26 กิโลเมตร ผันน้ำได้ 113 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ไปเก็บในเขื่อนแม่งัดฯ ก่อนรวมกับน้ำส่วนเกินอีก 47 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็น 160 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ส่งต่อผ่านอุโมงค์ และช่วงที่ 2 แม่งัด–แม่กวง ยาว 23 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนให้เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ทำให้มีน้ำเพียงพอสำหรับจัดสรรตลอดทั้งปี
ปัจจุบันโครงการคืบหน้าแล้วกว่า 81.75% เมื่อแล้วเสร็จจะเพิ่มน้ำต้นทุนให้เขื่อนแม่กวงเฉลี่ยปีละ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการส่งน้ำในฤดูฝนครอบคลุมพื้นที่ชลประทานราว 175,000 ไร่ และเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกฤดูแล้งจากเดิม 17,060 ไร่ เป็น 76,129 ไร่
นอกจากนี้ยังได้ติดตามแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรในพื้นที่ โดยในประเด็นการพัฒนาคุณภาพลำไยนั้น ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้เดินหน้า “โครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพ ตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไย” เกษตรกรจะได้รับการสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ต่อราย
เป็นมาตรการสำคัญในการยกระดับผลผลิตลำไยให้ได้มาตรฐานพรีเมียม เพิ่มคุณภาพผลผลิตให้มีขนาดใหญ่และได้เกรดส่งออก ซึ่งตลาดจีนมีความต้องการสูง พร้อมกันนี้ กระทรวงกำลังประสานหน่วยงาน GACC ของจีน เพื่อแก้ไขปัญหามาตรการด้านการอบและการเคลือบผิวลำไย เพื่อให้ผลผลิตไทยผ่านมาตรฐานและสร้างรายได้ที่ดีขึ้นแก่เกษตรกร
“ การแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ได้สั่งการกรมการข้าวให้เร่งศึกษาและพัฒนาสายพันธุ์ที่เหมาะสม รวมถึงมอบหมายกรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมระบบรับซื้อผลผลิต เพื่อลดความเสี่ยงของชาวนาไม่ให้ขายขาดทุน พร้อมย้ำให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทุกระดับลงพื้นที่ทำงานร่วมกับผู้นำท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ”