กพช. ไฟเขียวโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ สะท้อนต้นทุน เป็นธรรมผู้ใช้ มีผล 1 ม.ค.2569 พร้อมอนุมัติโครงการลงทุนติดตั้งอุปกรณ์สูบถ่ายแอลเอ็นจี 3.38 พันล้านบาท

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้พิจารณาเห็นชอบหลักเกณฑ์การกำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อสร้างความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติทุกภาคส่วน ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติที่เข้าและออกจากโรงแยกก๊าซ รวมถึงก๊าซที่ใช้ผลิตก๊าซหุงต้ม หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ใช้ต้นทุนเท่ากับราคาเฉลี่ยของก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย

ขณะที่ ก๊าซธรรมชาติสำหรับการผลิตไฟฟ้า ภาคขนส่ง (เอ็นจีวี) และภาคอุตสาหกรรม จะใช้ราคาเฉลี่ยของก๊าซธรรมชาติที่ได้รวมจากหลายแหล่ง (Pool Price) ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของก๊าซจาก 3 แหล่ง

ได้แก่ อ่าวไทย เมียนมา และก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) นำเข้า โดยราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ที่เข้าโรงแยกก๊าซจะมีราคาสูงกว่าราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยที่นำมาคำนวณใน Pool Price 10% ซึ่งโรงแยกก๊าซธรรมชาติเป็นผู้รับภาระส่วนต่างราคา มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ดี เปิดโอกาสให้สามารถทบทวนโครงสร้างราคาได้ หากสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติเปลี่ยนแปลงหรือมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงแยกก๊าซธรรมชาติ

นอกจากนี้ เห็นชอบให้บริษัท พีอี แอลเอ็นจี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ติดตั้งอุปกรณ์สูบถ่ายแอลเอ็นจี (Topside) จากเรือขนส่งแอลเอ็นจีเข้าสู่สถานีแอลเอ็นจี ณ ท่าเทียบเรือที่ 2 ของสถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด แห่งที่ 2 จ.ระยอง

โครงการมีวงเงินลงทุน 3,385 ล้านบาท มีกำหนดการให้แล้วเสร็จภายในปี 2571 พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาการส่งผ่านภาระการลงทุนไปยังผู้ใช้พลังงานเฉพาะเท่าที่จำเป็น

ปัจจุบันสถานีแอลเอ็นจี แห่งที่ 2 มีอุปกรณ์ Topside ติดตั้งอยู่เฉพาะท่าเทียบเรือที่ 1 ส่วนท่าเทียบเรือที่ 2 เป็นท่าเรือเปล่า ที่ก่อสร้างรองรับการติดตั้งไว้ตามแผนเดิม ซึ่งตั้งแต่สถานีเปิดให้บริการในปี 2565 ปริมาณเรือแอลเอ็นจีที่เข้ามาเทียบท่าที่ 1 สูงกว่าที่คาดการณ์ ส่งผลให้ต้องมีการซ่อมบำรุงใหญ่เร็วกว่ากำหนด

ที่ประชุมจึงเห็นควรเร่งติดตั้งอุปกรณ์ Topside ที่ท่าเทียบเรือที่ 2 รองรับการให้บริการในช่วงซ่อมบำรุงท่าเทียบเรือที่ 1 และเพื่อให้สถานีสามารถรักษาความต่อเนื่องของการรับเรือและจ่ายก๊าซธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยเสริมความมั่นคงของระบบพลังงานของประเทศในระยะยาวอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน