ตลท. รับ ปปง.ยึดหุ้นบางจาก 6 พันล้าน ฉุดตลาดทุนไทย ชี้ดัชนี พ.ย. วูบ 4%
ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมให้การสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนของภาครัฐอย่างเต็มที่ ตามหน้าที่หลักคือ การตรวจสอบธุรกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการซื้อขายและการโยกย้ายหลักทรัพย์ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้เสมอ ไม่ว่าจะเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นหรือไม่
พร้อมสนับสนุนข้อมูลแก่ทางการเพื่อการสืบสวนและสอบสวนทุกรูปแบบ ทั้งการไหลเข้าของเงินทุนในตลาดทุนมีกฎเกณฑ์และขอบเขตในการกำกับดูแลที่ชัดเจน รวมถึงการตรวจสอบลูกค้า หรือขั้นตอนเควายซี ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อปกป้องชื่อเสียงของตลาดทุน ส่วนในบริบทการกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมุ่งเน้นที่พฤติกรรมการทำธุรกรรมเป็นหลัก
“ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสภาพคล่อง (Free Float) และความเสี่ยงในการเข้ามาสร้างราคาหุ้นภายหลังหุ้นบางจากถูกอายัดไป มองว่าหุ้นในส่วนที่ถูกอายัดไม่ได้เป็นหุ้นที่มีการซื้อขายอย่างสม่ำเสมอในตลาด ผลกระทบต่อกลไกตลาดโดยตรงจึงมีไม่มากนัก อีกทั้งปัจจุบันสภาพคล่องของหุ้นบางจาก ยังอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 50.6% โดยมีผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสถาบัน ซึ่งอาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวสภาพคล่องอย่างมีนัยสำคัญ และ ตลท.มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบพฤติกรรมการทำธุรกรรมที่ผิดปกติในส่วนที่ ตลท.กำกับดูแล โดยหากเป็นพฤติกรรมต้องห้ามตามเกณฑ์ของหน่วยงานอื่น ก็พร้อมสนับสนุนข้อมูลเช่นกัน” นายอัสสเดช กล่าว
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤศจิกายน 2568 ดัชนีหุ้นปรับลดลง 4.0% จากสิ้นเดือนตุลาคม มาปิดที่ 1,256.69 จุด สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นโลก
และยังได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2568 ที่โต 1.2% ชะลอลง 2.8% เทียบกับในไตรมาส2 ที่ผ่านมา เป็นผลจากการส่งออกและท่องเที่ยวชะลอตัว รวมทั้งการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคและการลงทุนภาครัฐปรับลดลง รวมทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทจดทะเบียนในเกือบทุกหมวดธุรกิจอย่างชัดเจน และสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้
นายศรพล กล่าวว่า ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 34,323 ล้านบาท ลดลง 22.4% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 41,908 ล้านบาท ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 12,559 ล้านบาท ส่งผลให้มียอดขายสุทธิตั้งแต่ต้นปีที่ 113,298 ล้านบาท
ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 54.20% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 29.06% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 10.88% และบริษัทหลักทรัพย์ 5.85% โดย เดือนพฤศจิกายน 2568 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 2 บริษัท ได้แก่ บมจ. กลุ่มสมอทอง (SMO) และ บมจ. มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) (MRDIYT) ใน mai 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล (MMM) และ บมจ. ลอนดรี้ ยู (WASH)