ภายใต้วิสัยทัศน์ของ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR บริษัท มุ่งเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานในอนาคต หนึ่งในนั้นคือ “OR EV Ecosystem & Future Trend”
โดยหม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR ได้กล่าวว่า “OR EV Ecosystem & Future Trend” สะท้อนบทบาทของ OR ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศผ่านโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ครบวงจร เป็นทิศทางเดียวกับเป้าหมายประเทศไทยมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2593 โดยกำหนดเป้าหมายให้ 30% ของรถยนต์ที่ผลิตในประเทศเป็นรถไฟฟ้าภายในปี 2573 และสนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายสถานีชาร์จให้เพียงพอกับปริมาณรถไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้น

Xpeng Flying Car เครื่องบินไฟฟ้า
จึงเป็นที่มาของการนำคณะสื่อมวลชนไทยร่วมเดินทางภายใต้ “OR Press Trip 2025” เมืองกว่างโจว-เมืองซัวเถา สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อดูงานนวัตกรรมระดับระบบ (System Innovation) ในประเด็น Green Energy, EV, Smart Mobility และ High-quality Development เนื่องจากจีนผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานเร็วที่สุดในโลก
เยี่ยมบริษัทชั้นนำด้านพลังงานไฟฟ้า
วันแรกได้เยี่ยมชม บริษัท Baiyun Power Group บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ บริษัทกึ่งรัฐวิสาหกิจที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2531 ดำเนินธุรกิจครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงาน ตั้งแต่การผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า พลังงานสะอาด ส่งและกระจายกำลังไฟฟ้า รวมถึงการพัฒนาโซลูชั่นด้านสมาร์ตซิตี้ อาทิ ระบบขนส่งรางไฟฟ้า น้ำ สาธารณสุขอัจฉริยะ และนิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

เทคโนโลยีเก็บกักพลังงานทั้งพลังงานสีเขียวและแหล่งพลังงานไฟฟ้าทั่วไป-
และยังเชี่ยวชาญด้านโซลูชั่นไฟฟ้า สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งมวลชนไฟฟ้า โดยบริษัทวิจัยและผลิตอุปกรณ์สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจร รวมถึงระบบบริหารจัดการโครงข่าย EV Charger ผ่านแพลตฟอร์ม SaaS ทั้งยังให้บริการระบบจ่ายไฟฟ้า รถไฟใต้ดินและรถไฟฟ้ารางเบา ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสีเขียว
เทคโนโลยียานยนต์อนาคต
ได้มีโอกาสเข้าชมงาน Auto Tech China 2025-The 12th China Guangzhou ที่รวบรวมเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด เช่น มอเตอร์ ตัวแปลงไฟฟ้า แบตเตอรี่ชาร์จใหม่ได้ เครื่องชาร์จ ฯลฯ โซลูชั่นอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ เช่น ระบบในรถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ วัสดุ ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีการทดสอบเพื่อดูเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีในอนาคต ที่รวบรวมบริษัททั้งจีนและต่างชาติ ตั้งแต่ Startup จนถึงค่ายใหญ่อย่าง BYD, Xpeng, Geely ถือเป็นงานที่รัฐบาลมองว่าเป็น หน้าตาของเทคโนโลยีจีน ในด้านยานยนต์ และ mobility
ไฮไลต์อยู่ที่ Xpeng Flying Car (AeroHT) เป็นโมเดล “Land Aircraft Carrier” ประกอบด้วยสองส่วนหลัก
1.Ground Module-ส่วนตัวรถบก (เหมือนรถบรรทุกขนาดใหญ่ “carrier”) ที่รองรับได้ 4-5 คน
2.Air Module-เป็น eVTOL (เครื่องบินไฟฟ้าที่สามารถขึ้น-ลงแบบตั้งฉาก) สามารถแยกออกจากตัวรถบกได้ และบินในโหมด low-altitude สามารถพับเก็บได้ ใช้พลังงานแบบ EREV (Extended-Range Electric Vehicle) คือมีแบตฯ+ระบบช่วยให้ระยะทางสูงขึ้น ซึ่งในปี 2569 จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ ราคาขายราว 4 ล้านหยวน หรือราว 10 ล้านบาท

นายกาจฐิติวิวัธวานนท์ กงสุลใหญ่ นครกวางโจว
ในงานนี้ยังมีการจัดแสดงระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Driving Systems) เทคโนโลยี เซ็นเซอร์ Lidar รุ่นล่าสุด ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติที่พร้อมใช้งานจริงบนถนนเมืองจีน AI ที่เรียนรู้จากโครงสร้างถนนและพฤติกรรมขับขี่จีนโดยเฉพาะ ตลอดจนการเปิดตัวแบตเตอรี่เจนใหม่ ชาร์จเร็วขึ้น ใช้นานขึ้น เช่น แบตเตอรี่โซเดียมไอออน (ต้นทุนต่ำกว่า) แบตเตอรี่ ultra-fast charging สำหรับ EV ขนาดใหญ่
ผู้ผลิตพลังงานสีเขียวที่หลากหลายที่สุด
ปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมโรงไฟฟ้า “Huaneng Shantaou Power Plant (Huaneng Power International)” (HPI) ที่เมืองซัวเถา โดย HPI เป็นบริษัทหลักในเครือของ China Huaneng Group Co., Ltd. (CHNG) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ผู้ผลิตไฟฟ้าหลักของรัฐบาลจีน และเป็นบริษัทที่ผลิตพลังงานสีเขียวหลากหลายรูปแบบที่สุด ทั้งไฟฟ้าจากถ่านหิน, ไฮโดร-นิวเคลียร์ และพลังงานหมุนเวียน (ลม แสงอาทิตย์ ฯลฯ) ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นพลังงานครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดของจีน
นับเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 2 ของจีน และรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ด้วยสัดส่วนพลังงานสะอาดสูงถึง 49% ไฮไลต์คือ Floating Solar Farm ที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลกวางตุ้ง แผงโซลาร์ที่ติดตั้งบนผิวน้ำขนาดมหาศาล ทำงานร่วมกับระบบฟาร์มประมง ช่วยลดอุณหภูมิน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ลดการระเหยของน้ำ ชาวบ้านเลี้ยงปลา-เลี้ยงกุ้งใต้แผงได้ สร้างรายได้เสริม
สะท้อน Green Plus Model “Green+X” เช่น Green+Fishing (ทำร่วมกับฟาร์มประมง) Green+Agriculture และ Green+Tourism พัฒนาเป็นจุดท่องเที่ยว “ศูนย์การเรียนรู้พลังงานสะอาด”

โมเดล-1-พื้นที่สามารถทำอุตสาหกรรมอย่างน้อย-3-ด้าน-เกษตร+ท่องเที่ยว+พลังงาน
Huaneng Group ยังมีบทบาทเป็นผู้จัดหาพลังงานสะอาดสำหรับ EV ทั้งพลังงานลมและแสงอาทิตย์ ช่วยให้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ลดคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตของ EV และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งคาร์บอนต่ำ ทั้งยังมีการลงทุนพัฒนาสถานีชาร์จ เทคโนโลยี High-Power Fast Charging และโมเดลสถานี แบบผสมผสาน “Solar+Energy Storage+Charging” ช่วยลดภาระของโครงข่ายไฟฟ้าหลัก เพิ่มเสถียรภาพ และทำให้การชาร์จ EV ใช้ “พลังงานสีเขียว” ได้จริง
กงสุลใหญ่กระตุกระวัง “นิวเคลียร์ล้อมไทย”
การดูงานครั้งนี้ยังมีโอกาสได้พบกับ นายกาจฐิติ วิวัธวานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว กล่าวว่าจากประสบการณ์ 10 เดือน ที่ได้มาประจำที่นี่ บทเรียนสำคัญประเทศไทยจะต้องเตรียมพร้อม รองรับเทคโนโลยีระดับสูง และกำลังเปลี่ยนแปลงระบบเดิมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีพลังงานที่สามารถพลิกผันอุตสาหกรรมน้ำมันได้ทั้งระบบ เช่น เทคโนโลยี Magnetic Field (Magnetic Power) หรือเทคโนโลยีที่ใช้แรงแม่เหล็กสำหรับขับเคลื่อนยานพาหนะโดยไม่ต้องเติมน้ำมัน
นอกจากนี้ มณฑลไห่หนานกำลังจะมีการใช้พลังงานจาก SMR (Small Modular Reactor) โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่ใช้ความร้อนที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น แทนการเผาไหม้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ประเทศแรกของโลกที่นำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ในปีหน้า
โดยหน่วยงานไทยได้เคยไปศึกษาดูงาน SMR แล้วไม่ต่ำกว่า 15 คณะ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่มีการตั้งคำถามถึงความจริงจังของไทย ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา (ทวาย) และเวียดนาม ก็เลือกที่จะนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้แล้ว หากไทยไม่เลือกที่จะดำเนินการใดๆ เลย อาจถูก “นิวเคลียร์ล้อมไทย” และอาจเสียเปรียบด้านต้นทุนในอนาคต
“ในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายแห่ง โดยยังไม่พบนิสิตไทยที่เรียนในสาขา STEM Education (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) เมื่อระบบอัตโนมัติขั้นสูงของจีนเข้ามา จะเป็นเรื่องยากที่คนไทยจะก้าวขึ้นสู่ระดับผู้บริหารในบริษัทเทคโนโลยีจีนได้”
กงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ยังได้ฝากทิ้งท้ายถึงข้อเสนอแนะว่า ไทยจำเป็นต้องยกระดับการศึกษา โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ เช่น การสอนวิชากฎหมายควบคุม AI เพื่อให้ไทยสามารถเกาะเกี่ยวกับโลกอนาคตและใช้ประโยชน์จาก “ขุมทรัพย์” ทางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าของจีน ความมุ่งมั่นของ OR ในการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน ไม่เพียงช่วยลดผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเสริมความสามารถในการแข่งขันและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว
และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
วิภา สุนันท์สถาพร