บีโอไอ ไฟเขียว 15 โครงการใหม่ มูลค่าลงทุนกว่า 2.4 แสนล้านบาท รองรับปี 2569-ปีแห่งการลงทุน พร้อมคัดเลือก 16 โครงการ เข้า FastPass ปลดล็อกลงทุน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บีโอไอ ที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธาน ได้อนุมัติโครงการลงทุน 15 โครงการ มูลค่ากว่า 2.4 แสนล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานสะอาด นิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ และการขนถ่ายสินค้าทางเรือ

นอกจากนี้ ยังปรับปรุงการส่งเสริมอุตสาหกรรมเหล็กคุณภาพสูง โดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเดิมคัดเลือก 16 โครงการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายเข้าระบบ Thailand FastPass เพื่อเร่งรัด ปลดล็อกอุปสรรค และอำนวยความสะดวกให้เกิดการลงทุนจริงโดยเร็ว สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย เพื่อก้าวสู่ปีแห่งการลงทุน 2569 ตามแผนของรัฐบาล

สำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ 15 โครงการ ลงทุนกว่า 2.4 แสนล้านบาท ประกอบด้วย กิจการดาต้าเซ็นเตอร์ 11 โครงการ 184,740 ล้านบาท ได้แก่ บริษัท เคอเร้นท์ 19,773 ล้านบาท บริษัท เอสทีที จีดีซี 9,348 ล้านบาท บริษัท เคทู สแทรททิจิค อินฟราสตรัคเจอร์ 30,869 ล้านบาท บริษัท ไทย ดีซี วัน 22,110 ล้านบาท

บริษัท เอสทีคลีนพลาเน็ต 20,635 ล้านบาท บริษัท ดาเรีย ดาต้า เซ็นเตอร์ แอนด์ คลาวด์ เซอร์วิสเซส 6,594 ล้านบาท บริษัท จีเอสเอ ดาต้า เซนเตอร์ 30,611 ล้านบาท บริษัท สมาร์ท เมกะวัตต์ 3,797 ล้านบาท บริษัท ทีดี ดาต้า อินเตอร์เนชั่นแนล 13,000 ล้านบาท บริษัท ตง หนาน ดาต้า 20,625 ล้านบาท และบริษัท ไพรม์ เมกะวัตต์ 7,378 ล้านบาท

กิจการนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ของบริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จังหวัดสมุทรปราการ เงินลงทุน 3,464 ล้านบาท

กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ขนาด 90 เมกะวัตต์ ของบริษัท บลู สกาย วินด์ พาวเวอร์ 31 จังหวัดอุบลราชธานี เงินลงทุน 5,635 ล้านบาท

กิจการขนถ่ายสินค้าทางเรือ ของบริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เงินลงทุน 14,122 ล้านบาท

กิจการผลิตโพแทสเซียมคลอไรด์ ของบริษัท เอเชีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จังหวัดอุดรธานี เงินลงทุน 40,468 ล้านบาท

ในส่วนของการคัดเลือก 16 โครงการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว เข้า Thailand FastPass ล็อตแรก มีเงินลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นโครงการที่สร้างประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 1.7 แสนล้านบาท และจะก่อให้เกิดการจ้างงานคนไทยกว่า 7,000 คน

เทคโนโลยีชีวภาพ-บริษัท บราสเคม สยาม

ชิ้นส่วนยานยนต์สมัยใหม่-ไอซิน พาวเวอร์เทรน และเหอไซ่

ชิ้นส่วนอากาศยาน-บริษัท สยามมิชลิน และแซม พรีซิชั่น,

อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง-บริษัท ฟาบริเนท, โกลด์ เซอร์คิท อีเลคโทรนิคส์ (2 โครงการ), เพ๊ง เชิน เทคโนโลยี (2 โครงการ), ลีเจ้นท์คอมม์, แอดวานซ์ อินเตอร์คอนเนคชั่น เทคโนโลยี และพานาโซนิค แมนูแฟคเจอริ่ง

ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Hyperscale-บริษัท ซีนิท ดาต้า เซ็นเตอร์ แอนด์ คลาวด์ เซอร์วิสเซส และตง หนาน ดาต้า

ศูนย์โลจิสติกส์อัจฉริยะ-บริษัท ซัพพลาย เชน ซิตี้

โดยกำหนดให้โครงการที่ได้รับบัตร Thailand FastPass ต้องมีการลงทุนจริงไม่น้อยกว่า 20% ของมูลค่าการลงทุนรวม ภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ได้รับบัตร เพื่อเร่งให้เกิดการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถวัดผลได้ชัดเจน และจะทยอยพิจารณาคัดเลือกโครงการเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนจริง และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงปี 2569-2570

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน