สรท. หวั่นยุบสภา ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน แผนกระตุ้นเศรษฐกิจสะดุด

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย( สรท. ) เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์ยุบสภา ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา และมาตรการภาษีของสหรัฐ โดยประเมินดังนี้ 1. กรณีการยุบสภาและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ นั้น การประกาศยุบสภา ทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงรัฐบาลรักษาการ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านการใช้งบประมาณใหม่และการออกมาตรการทางเศรษฐกิจที่จำเป็นในช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการต้องการความต่อเนื่องของนโยบายอย่างมาก

ทั้งนี้มองว่า 1.การเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้าและความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ 2.แผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีอยู่เดิมอาจชะงักหรือเกิดความล่าช้า ทำให้การฟื้นตัวของตลาดภายในประเทศอ่อนแรง 3.ภาคส่งออก ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกหลักของเศรษฐกิจไทย จะต้องเผชิญต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้นและสภาพแวดล้อมการค้าโลกที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น

” ขอให้ภาครัฐดำเนินการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้มากที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่าน และเร่งดำเนินมาตรการที่สามารถทำได้ภายใต้ข้อจำกัดของรัฐบาลรักษาการ เพื่อไม่ให้กระทบการผลิตและการส่งออกอย่างกว้างขวาง ”

นายธนากร กล่าวว่า กรณีความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นั้น เหตุการณ์ปะทะและการเพิ่มความตึงเครียดบริเวณชายแดน ส่งผลโดยตรงต่อการขนส่งสินค้า การขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ และความปลอดภัยของแรงงานและสินทรัพย์ในพื้นที่ มีความกังวล

1.หากสถานการณ์ยืดเยื้อ การปิด-เปิดด่านชายแดนอาจเกิดขึ้นไม่แน่นอน 2.ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางขนส่งจากชายแดนเป็นทางเรือและทางบกที่มีต้นทุนสูงกว่า ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 3.ความล่าช้าในการขนส่ง (lead time) อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของคู่ค้าต่างประเทศ

” ขอให้หน่วยงานความมั่นคง รายงานสถานการณ์กับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง และเตรียมมาตรการรองรับด้านโลจิสติกส์ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเส้นทางการค้าต่างประเทศ ” นายธนากร กล่าว

นายธนากร กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นภาษีนำเข้าของสหรัฐ (ภาษีทรัมป์) นั้นการที่สหรัฐปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภท ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยด้านอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค เฟอร์นิเจอร์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้เห็นว่า

1.ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเจรจากับคู่ค้าเพื่อทบทวนราคาตามต้นทุนใหม่ 2.กลุ่ม SMEs จะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษจากภาระภาษีและต้นทุนโลจิสติกส์ 3.ไทยควรเร่งกระจายตลาดไปภูมิภาคอื่นเพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดียว

” สรท.เสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบ เช่น สนับสนุนต้นทุนโลจิสติกส์ การส่งเสริมการตลาดต่างประเทศ และการเจรจาการค้าเชิงรุกเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดของสินค้าไทย ”

นายธนากร กล่าวว่าเรามีข้อเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ภาคส่งออกยังคงเดินหน้าต่อได้ในช่วงความไม่แน่นอนสูง ขอเสนอแนวทางดังนี้ 1. สนับสนุนค่าใช้จ่ายโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น จากสถานการณ์ชายแดนและการเปลี่ยนเส้นทางการขนส่ง 2.เร่งเจรจาการค้ากับตลาดสำคัญ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาษีนำเข้า

3.เร่งเบิกจ่ายงบประมาณที่ค้างคา เพื่อรักษากำลังซื้อและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ 4.จัดตั้งศูนย์ประสานงานและเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) สำหรับสถานการณ์ชายแดนและมาตรการการค้าต่างประเทศ และ 5. สนับสนุน SMEs ในการปรับตัวให้ทันต่อภาษีและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

” สถานการณ์ปัจจุบันมีความไม่แน่นอนทับซ้อนทั้งจากการเมือง ความมั่นคงชายแดน และแรงกดดันจากตลาดโลก สรทย้ำว่า การประคองเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและลดต้นทุนธุรกิจเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดในช่วงนี้ ภาคเอกชนพร้อมร่วมมือกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การส่งออกไทยยังคงแข่งขันได้ และพาประเทศผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านนี้อย่างมั่นคง ” นายธนากร กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน