เคทีซี เผยปี 69 เศรษฐกิจชะลอตัวต่อ ขณะที่เดินหน้าขยายเป้าพอร์ตสินเชื่อโต 1–2% พร้อมคุมหนี้เสียไม่เกิน 2% คุม NPL ต่ำ 2%

วันที่ 12 ธ.ค. 2568 นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าแม้ในปี 2569 แนวโน้มเศรษฐกิจยังชะลอตัว แต่เคทีซียังตั้งเป้าการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวมที่ระดับ 1-2% จากปี 2568 ที่น่าจะเติบโตไม่ถึง 1% หลังจาก 3 ไตรมาสแรกปีนี้เติบโตได้เพียง 0.7%

“ปี 2568 เป็น ปีที่ยากและท้าทายมากด้วย ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประกอบกับสภาวะหนี้ครัวเรือนสูง สิ่งทั้งหลายเหล่านี้มีผลกับ การเติบโตของเคทีซี ซึ่งทำธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ดังนั้นการจะอนุมัติลูกค้ารายใหม่ ๆ เป็น ความยากมากขึ้นถ้าเศรษฐกิจโดยรวมไม่ดี แต่อย่างไรก็ตามสำหรับเคทีซี ในปี 2568 คาดว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซี น่าจะจบปีได้ดี โดยเติบโต 4% แม้ต่ำกว่าจากต้นปีที่ตั้งเป้าไว้ที่เติบโต 10% แต่ก็ยังเติบโตสูงกว่าในอุตสาหกรรมที่ติดลบหรือเติบโตเพียงเล็กน้อย“

นางพิทยา กล่าวและว่าในปี 2569 เคทีซียังมุ่งเน้นการรักษาอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL Ratio) ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 2% และมีแผนระดมเงินกู้ยืมระยะยาวประมาณ 12,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ การลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรองรับหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่จะครบกำหนด

ขณะเดียวกันเคทีซีได้เริ่มเปิดตัวธุรกิจนายหน้าประกันในฐานะธุรกิจใหม่ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ของบริษัทที่เพิ่มขึ้นในอนาคต สำหรับธุรกิจบัตรเครดิตรุกขยายสมาชิกใหม่ 250,000 ราย ด้านการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตปี 2569 คาดการณ์เติบโตที่ 5% และเพิ่มจำนวนสมาชิใหม่ 250,000 ราย

ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลเน้นการเติบโตคุณภาพ ขยายฐานลูกค้าอย่างรอบคอบ โดยปีหน้าตั้งเป้าเติบโต 2% เน้นพอร์ตสินเชื่อเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพิ่มสมาชิกใหม่ 110,000 ราย ส่วนบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” จะใช้ 4 กลยุทธ์การตลาดในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่

1) ปรับโฉมการสมัครออนไลน์ E-Application ให้อยู่บนแอป KTC Mobile เพื่อความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถทำการสมัคร และรู้ผลอนุมัติไวใน 30 นาที

2) ขยายฐานสมาชิกใหม่ผ่านพันธมิตร และจุดขายที่มีดีมานด์สูงกว่า 2,000 ร้านค้า สแกนสมัครได้ที่หน้าร้าน อนุมัติ และรับสินค้าได้ทันที รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยผ่านฐานข้อมูล Payroll

3) ดูแลสมาชิกกว่า 700,000 รายด้วยสิทธิพิเศษ ทั้ง“รูด–โอน–กด–ผ่อน” เพื่อรองรับพฤติกรรมทุกไลฟ์สไตล์ และเดินหน้าโครงการ “เคลียร์หนี้” เพื่อส่งเสริมวินัยการชำระเงิน

4) ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา ผ่านโปรโมชันผ่อนสินค้าด้วยดอกเบี้ย 0% นานถึง 24 เดือน

สำหรับ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” ซึ่งเป็นบริการสินเชื่อส่วนบุคคลในรูปแบบสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จะใช้กลยุทธ์ในการขยายฐานสมาชิกผ่านธนาคารกรุงไทยเป็นหลัก โดยจะปรับโฉมผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

นางพิทยา ยังกล่าวถึงกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 อย่างยั่งยืนผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

1) เสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตสมาชิกคุณภาพยกระดับผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพในการขยายฐานสมาชิกผ่านช่องทางดิจิทัล พร้อมนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ กิน ช้อป เที่ยว รวมถึงหมวดที่สอดรับกับเทรนด์ที่ลูกค้าให้ความสนใจ เช่น หมวดการดูแลสุขภาพ

2) ต่อยอดธุรกิจนายหน้าประกัน (Insurance Brokerage) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและวินาศภัย เพิ่มทางเลือกและความคุ้มค่าให้สมาชิก รวมถึงสร้างรายได้ใหม่จากผลิตภัณฑ์ประกันบนช่องทางบัตรเครดิต

3) มุ่งสร้างการเติบโตร่วมกับธนาคารกรุงไทยในหลายมิติ โดยเน้น 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ กลุ่มลูกค้า Wealth ยกระดับสิทธิพิเศษและบริการที่ครอบคลุมกว่าเดิม กลุ่ม SME สร้างช่องทางการขยายโอกาสให้พันธมิตรร้านค้า บน e-marketplace “KTC U SHOP” ซึ่งเตรียมรีแบรนด์เป็น “KTC MALL” และกลุ่ม Gen Z เจาะกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย เพื่อสร้างฐานสมาชิกใหม่ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นกำลังซื้อ

4) ใช้ Digital และ AI ขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดเพื่อยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้า “ง่าย เร็ว ไร้รอยต่อ” และเสนอสิทธิประโยชน์เฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำและครบวงจร

ในขณะเดียวกันในปีหน้า เคทีซีได้เดินหน้าการพัฒนาด้านไอทีครั้งใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนระบบการชำระเงินเดิม สู่ระบบใหม่ที่ออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง ที่ปรับขนาดได้ (Scalable) ตามความเติบโตของธุรกิจ และยืดหยุ่น (Resilient) ในการต่อยอดสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการปรับใช้และจัดการที่รวดเร็ว ตอบสนองต่อความต้องการได้ทันที ส่งผลให้เกิดประโยชน์กับสมาชิก ร้านค้าและเพื่อนคู่ค้าในหลายมิติ พัฒนาการบริการ ยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรฐานใหม่ ISO/IEC 27001:2022 ลดต้นทุนในการดำเนินงานและเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจ

รวมถึงการรวบรวมข้อมูลสมาชิกทั้งช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ แอปพลิเคชันและโซเชียลมีเดียให้ครบวงจรขึ้น ผ่าน Customer Data Platform (CDP) เครื่องมือที่จะทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลสมาชิกทุกช่องทางไว้ในระบบเดียว ซึ่งจะช่วยให้ทำการตลาดเฉพาะกลุ่มได้แม่นยำขึ้น ยกระดับความปลอดภัยในการบริหารจัดการด้านข้อมูลสมาชิก ทำให้กระบวนการทำงานภายในรวดเร็วขึ้น เชื่อว่าการลงทุนเทคโนโลยีครั้งนี้จะช่วยเร่งเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างการเติบโตของรายได้อย่างยั่งยืน

นางพิทยากล่าวทิ้งท้ายว่า การดำเนินการตามแผนเทคโนโลยีในปี 2569 จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายฐานสมาชิก มอบประสบการณ์ที่รวดเร็ว ปลอดภัย และตรงใจสมาชิกมากขึ้น พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นและ นักลงทุนว่าบริษัทกำลังลงทุนในโครงสร้างดิจิทัลเพื่อการเติบโตระยะยาว บนพื้นฐานความยั่งยืนในทุกมิติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน