กพร. เผยผลงาน 3 ไตรมาส ปี 2568 ขับเคลื่อนแร่ไทย เกิดประโยชน์แก่รัฐ 457 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ คาดจีดีพีภาคแร่ขยายตัวภายใน 3 ปีข้างหน้า
นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน ในช่วง 3 ไตรมาสของปีนี้ กพร.อนุญาตและส่งเสริมการประกอบกิจการเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ครอบคลุมโครงการสำคัญในพื้นที่แร่ยุทธศาสตร์ และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานให้เข้มแข็ง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 145 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานภาคอุตสาหกรรมด้วยระบบดิจิทัล ผลักดันแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ เพื่อลดระยะเวลาในการขออนุญาต เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล และยกระดับความรวดเร็ว โปร่งใสในการดำเนินงาน พร้อมส่งเสริมการใช้แร่เชิงกลยุทธ์ (Strategic Minerals) รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ และการลงทุนในมิติความยั่งยืน
“ด้วยการขับเคลื่อน “เหมืองแร่เพื่อชุมชน” และ “เหมืองแร่สีเขียว” ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบต่อชุมชนรอบเหมือง พร้อมจัดสรรเงินผลประโยชน์พิเศษแก่รัฐ 457 ล้านบาท กระจายสู่ 130 ชุมชน 43 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งยังผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สนับสนุนการรีไซเคิลซากแผงโซลาร์เซลล์ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 5,815 ตันต่อปี”
ที่ผ่านมาของ กรมแสดงให้เห็นทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นความสมดุลของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าเห็นผลลัพธ์ภายใน 1 ปี โดยการปรับลดขั้นตอนและเร่งรัดการอนุญาต ผ่านระบบ Digital License Platform ให้การขออาชญาบัตรสำรวจแร่และประทานบัตรทำได้รวดเร็ว โปร่งใส และติดตามสถานะออนไลน์
การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว ส่งเสริม Circular Economy และ Green Transformation เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศอุตสาหกรรมครบวงจร และเเชื่อมโยงแร่เข้าสู่กระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) พลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างงาน การลงทุน และการเติบโตร่วมกัน
นายอดิทัต กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขับเคลื่อนระยะยาว กรมดำเนินการตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 2 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นกรอบสำคัญครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ ความมั่นคงของแร่ในฐานะวัตถุดิบ ความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และชุมชน ความมั่นคงด้านธรรมาภิบาล และความมั่นคงด้านการให้บริการ เพื่อยกระดับสู่ e-Service และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
“คาดการณ์อัตราการขยายตัว (จีดีพี) ภาคแร่ จะขยายตัวใน 3 ปีข้างหน้า สะท้อนโอกาสการลงทุนในโครงการแร่ยุทธศาสตร์ของประเทศ”
อย่างไรก็ตาม กรมจะเดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการแร่ของประเทศให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมมีวัตถุดิบที่มั่นคง ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างประโยชน์ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน