ส่อวืด! ส.อ.ท. เผยส่งออกรถยนต์ร่วง หวั่นฉุดยอดผลิตปีนี้พลาดเป้า จับตาจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง เจรจาภาษีสหรัฐชัดเจน ลุ้นปี 2569 เป้าผลิตแตะ 1.45 ล้านคัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานและโฆษก กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดผลิตรถยนต์ 11 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-พ.ย..2568) อยู่ที่ 1,341,714 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.64% จากการผลิตเพื่อส่งออกอยู่ที่ 862,886 คัน ลดลง 8.39% ตามการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 850,787 คัน ลดลง 9.77%

ในขณะที่ ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 11 เดือน อยู่ที่ 478,828 คัน เพิ่มขึ้น 13.42% จากยอดขายในประเทศอยู่ที่ 546,045 คัน เพิ่มขึ้น 5.28% ทั้งนี้ ต้องรอดูความชัดเจนว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว ใครจะเป็นรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ซึ่งมีผลต่อการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2570 จะผ่านสภาได้เมื่อไร จะทันใช้ในวันที่ 1 ต.ค. หรือไม่ นโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภาเป็นของพรรคไหน มาตรการเศรษฐกิจกระตุ้นอย่างไร คาดว่าจะมีความชัดเจนช่วงกลางปีหน้า

“สถานการณ์ส่งออกยังมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ ยังไม่เห็นตัวเลขเดือนธ.ค.2568 ต้องรอดูภาษีสหรัฐว่าสุดท้ายแล้วจะผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะชัดเจนในไตรมาส 1-2 ของปีหน้า ทำให้กังวลว่ายอดผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกปีนี้อาจไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ที่ 9.5 แสนคัน ส่งผลต่อยอดผลิตรถยนต์ปี 2568 ทั้งปีตั้งไว้ที่ 1.45 ล้านคัน ขณะที่ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศตั้งเป้าไว้ที่ 5 แสนคัน”

ในส่วนของปี 2569 ส.อ.ท.ตั้งเป้าหมายยอดผลิตรถยนต์อยู่ที่ 1.45 ล้านคัน แบ่งเป็นยอดผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 9.5 แสนคันเท่ากับปี 2568 อย่างไรก็ตาม ต้องรอประเมินความชัดเจนของการเรียกเก็บภาษีจากสหรัฐ และการเลือกตั้งปีหน้าก่อนอีกครั้ง

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สำหรับยอดผลิตรถยนต์เดือนพ.ย.2568 มีทั้งสิ้น 130,222 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11.06% จากการผลิตเพื่อขายในประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 57.49% อยู่ที่ 58,633 คัน

ทั้งนี้ เนื่องจากต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยในอัตรา 1.5 เท่าของยอดรถไฟฟ้านำเข้ามาจำหน่ายในปี 2565-2566 ที่ยังผลิตไม่ครบในปีที่แล้ว ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เพิ่มขึ้นถึง 1,974.14% อยู่ที่ 9,624 คัน

นอกจากนี้ ยอดผลิตรถกระบะเพิ่มขึ้น 7.34% อยู่ที่ 76,022 คัน จากการผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้น 44.31% อยู่ที่ 21,251 คัน ส่งผลให้ภาพรวมยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนพ.ย.2568 ผลิตได้ 58,633 คัน เพิ่มขึ้น 57.49%

โดยเป็นไปในทิศทางเดียวกับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนพ.ย.2568 อยู่ที่ 51,044 คัน เพิ่มขึ้น 20.65% จากรถยนต์นั่งไฟฟ้าที่ขายได้เพิ่มขึ้น เพราะราคาจับต้องได้มากขึ้น และจากรถกระบะดัดแปลง PPV ที่บางบริษัทเพิ่งขายในปีนี้ รถกระบะไฟฟ้าและรถกระบะไฟฟ้าเพิ่มระยะทางที่เริ่มขายในปีนี้ อีกทั้งหลักฐานการเงินของผู้ซื้อรถกระบะแข็งแรงขึ้น ช่วยให้ยอดขายรถกระบะไม่ลดลงเป็นเดือนแรก

“ขอขอบคุณธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ส่งผลให้ช่วยลดภาระให้ผู้เช่าซื้อและผู้มีหนี้ลง ชำระคืนเงินต้นได้มากขึ้น มีเงินเหลือไปจับจ่ายซื้อสินค้าจำเป็นอื่นๆ ได้มาตรฐาน โรงงานผลิตมากขึ้น จ้างงานเพิ่มขึ้น ประชาชนมีรายได้มากขึ้น เป็นการเริ่มต้นสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นเสียที”

ขณะที่ ยอดผลิตเพื่อส่งออกเดือนพ.ย.2568 อยู่ที่ 71,589 คัน ลดลง10.54% สอดคล้องกับการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป อยู่ที่ 78,692 คัน ลดลง 12.22% จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในบางรุ่นเพื่อส่งออก ส่งผลให้ส่งออกรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในลดลง 43.53% และส่งออกรถกระบะลดลง 6.39% แต่ยังคงส่งออกรถกระบะไฟฟ้าและรถยนต์นั่งไฟฟ้าต่อเนื่องตั้งแต่กลางปีนี้ ตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นมีแค่เอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย เท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน