แบงก์ชาติ จับมือ คลัง และธนาคารพาณิชย์ เปิดตัวโครงการ SMEs Credit Boost ค้ำประกันสินเชื่อให้เอสเอ็มอี 20,000 ล้านบาท ดีเดย์ 15 ม.ค. 2569
กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ร่วมกันผลักดัน ‘โครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ : SMEs Credit Boost’ ที่เป็นกลไกค้ำประกันความเสี่ยงสำหรับ ‘สินเชื่อใหม่’ ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้ธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.2569 เป็นต้นไป
โดยจะครอบคลุม 1.ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคธุรกิจ ภายใต้โครงการ Reinvent Thailand เช่น การท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพ เกษตรและเกษตรแปรรูป ยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และการค้า รวมถึงธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลาย เชน) ของอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์
2.เอสเอ็มอีและธุรกิจรายใหญ่ ที่มีแผนว่าจะนำสินเชื่อที่ได้รับ ไปใช้ยกระดับศักยภาพธุรกิจ หรือพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน เช่น ด้านดิจิทัลเทคโนโลยี การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมแห่งโลกอนาคต หรือเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทย
“แหล่งเงินทุนของโครงการจะมาจากการปรับลดเงินนำส่ง เข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (เอฟไอดีเอฟ) ปี 2569 ของธนาคารพาณิชย์ประมาณ 20,000 ล้านบาท เพื่อนำมาจัดตั้งเป็นกลไกค้ำประกันสินเชื่อ คาดว่าจะช่วยให้มีสินเชื่อปล่อยใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 ล้านบาท ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า”
ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้สินเชื่อธุรกิจกลับมาขยายตัวได้ ที่หดตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ติดลบ 13 ไตรมาสติดต่อกัน จากทั้งความต้องการสินเชื่อธุรกิจที่ลดลง และความระมัดระวังของธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อ เพราะต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต (credit cost) เพิ่มขึ้น ทั้งยังช่วยประคับประคองเศรษฐกิจที่เติบโตช้า
โครงการดังกล่าว ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘ตรงจุด มี impact กระจาย คล่องตัว’ เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด เน้นให้สินเชื่อใหม่แก่เอสเอ็มอีในภาคธุรกิจเป้าหมาย หรือผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ เพื่อให้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
เพื่อ Impact ช่วยให้มีเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยไม่ช้า โดยกำหนดวงเงินชดเชยสูงสุด ในช่วง 15-30% (ขึ้นกับขนาดของผู้ประกอบการ) ของยอดสินเชื่อปล่อยใหม่แก่ผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายในช่วง 2 ปีนับจากวันเริ่มโครงการ ระยะเวลาการค้ำประกันสูงสุด 7 ปีนับจากวันปล่อยสินเชื่อ คาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการปล่อยสินเชื่อใหม่ประมาณ 5 เท่าของวงเงินชดเชย
เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้หลายราย จึงกำหนดวงเงินสินเชื่อรวมทุกธนาคารพาณิชย์สูงสุดต่อรายไม่เกิน 100 ล้านบาทสำหรับเอสเอ็มอี และไม่เกิน 150 ล้านบาทสำหรับธุรกิจรายใหญ่
เพื่อความคล่องตัว ธนาคารพาณิชย์บริหารจัดการสินเชื่อได้คล่องตัว เพราะทราบโควตาวงเงินชดเชยที่ได้รับการจัดสรรอย่างชัดเจน ณ วันปล่อยสินเชื่อ อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการการขอรับเงินชดเชย ภายในโควตาได้สะดวก จากกระบวนการขอรับเงินชดเชยที่ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องรองบประมาณจากภาครัฐ
โครงการนี้จะช่วยเสริมการดำเนินงานของโครงการค้ำประกันสินเชื่อโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มีเป้าหมายเดียวกัน คือ การเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อ และสนับสนุนการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจ อันจะส่งผลบวกไปยังการจ้างงาน การสร้างรายได้ และการลงทุน ช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ระบบเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว