สศอ. ชี้โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของโลก หนุน 5 อุตสาหกรรมดาวเด่น แนะ 5 อุตสาหกรรมที่ต้องเร่งปรับตัว รับมือความท้าทายในปี 2569

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่าแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมในปี 2569 สศอ. ประเมินว่าอุตสาหกรรมดาวเด่นยังคงเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของโลก ได้แก่ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตตามตลาด AI และ IoT

อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน (xEV) ที่ขยายตัวตามความต้องการตลาด มาตรการ EV3.0 และ EV3.5 ประกอบกับเงื่อนไขการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content)

อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง (HDD) ซึ่งไทยเป็นฐานการผลิต HDD ความจุสูงเพื่อรองรับ Data Center

กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร และอาหารสัตว์สำเร็จรูป ที่มีความพร้อมด้านวัตถุดิบและมาตรฐานการผลิต สามารถตอบสนองความต้องการบริโภคและตลาดสัตว์เลี้ยงที่ขยายตัวต่อเนื่อง

สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องเร่งปรับตัว ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน สิ่งทอ และเฟอร์นิเจอร์และส่วนประกอบ

ทั้งนี้ เนื่องจากกำลังเผชิญทั้งแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ภาระหนี้ครัวเรือน การทะลักของสินค้านำเข้า ต้นทุนการผลิตที่สูง และมาตรการด้านภาษีและสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ ทำให้จำเป็นต้องปรับตัวเชิงโครงสร้าง เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

“สศอ. คาดว่าปี 2569 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) และอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมจะกลับมาขยายตัว 1.0-2.0%”

นายศุภกิจ กล่าวว่า สำหรับเอ็มพีไอ เดือนพ.ย.2568 อยู่ที่ระดับ 90.54 หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.24% อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 55.49 เนื่องจากการผลิตอุตสาหกรรมปิโตรเลียมลดลงจากการหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุงโรงกลั่นครั้งใหญ่ เงินบาทแข็งค่าส่งผลให้ราคาสินค้าส่งออกของไทยเพิ่มสูงขึ้น และกระทบความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของไทย

ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ส่งผลให้ภาคการผลิตในพื้นที่ต้องหยุดผลิตชั่วคราว และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากระทบการค้าชายแดน โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ น้ำมันปิโตรเลียม และสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น เนื้อไก่แช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป รองเท้า เบียร์ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น

สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในเดือนพ.ย.2568 ได้แก่ การผลิตรถยนต์ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 3 เนื่องจากผู้ประกอบการต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้าในปีที่ผ่านมา การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 และมาตรการสำคัญของรัฐบาล เช่น โครงการคนละครึ่งพลัสและเที่ยวดีมีคืน เป็นต้น

สำหรับเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนธ.ค.2568 ยังคงต้องเฝ้าระวัง ปัจจัยในประเทศที่อยู่ในวัฏจักรขาลงและมีภาวะต้องเฝ้าระวัง โดยปัจจัยด้านการลงทุนภาคเอกชนยังคงหดตัวสูงต่อเนื่อง การบริโภคในประเทศได้รับผลดีจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวังลดลง ตามการส่งออกของจีนและออสเตรเลียที่ขยายตัว ขณะที่การผลิตของสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และอาเซียนยังคงต้องเฝ้าระวัง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน