ส.ภัตตาคาร โอด รายได้ปีใหม่วูบเหลือ 60% เหตุคนกินประหยัดมื้อละไม่ถึง100บาท
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย (TRA) เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดการจับจ่ายของผู้บริโภคในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ธุรกิจร้านอาหารหดตัวไม่เติบโตตามเป้า โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายต่อหัวของผู้บริโภคที่ลดลง สะท้อนกำลังซื้ออ่อนแรงจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่มั่นคงด้านรายได้ ตามปกติเทศกาลปีใหม่ ค่าใช้จ่ายต่อหัวควรสูงขึ้น แต่ปีนี้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เดิมมื้อละ 200 บาท ช่วงเทศกาลควรมากกว่า 200 บาท แต่ยอดไม่ถึง บางแห่งเหลือเพียงอาหารจานเดียวไม่ถึง 100-150 บาทต่อมื้อ
ทั้งนี้ รายได้ร้านอาหารในช่วงปีใหม่ หากเทียบกับความคาดหวังควรเติบโต 100% ทำได้เพียงราว 60-70% โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลัก อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต และพัทยา รายได้เพิ่มขึ้นมาจากปริมาณลูกค้า ไม่ใช่การใช้จ่ายต่อหัว ขณะเดียวกัน ร้านอาหารขนาดเล็กจำนวนมากเลือกปิดร้านช่วงปีใหม่ ส่งผลให้การบริโภคกระจุกตัวอยู่ในร้านขนาดกลางและใหญ่ หรือร้านในห้างสรรพสินค้า ปัจจุบันต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายที่สูงขึ้น ราคาอาหารจานด่วนต่ำกว่า 50 บาท แทบไม่เหลืออยู่ในตลาด ผู้บริโภคต้องรัดเข็มขัดเพิ่มมากขึ้น
นางฐนิวรรณกล่าวว่า ปัจจัยที่กดดันการใช้จ่ายมาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในปี 2569 ความกังวลด้านรายได้ โบนัสลดลง และความไม่มั่นคงในอาชีพ โดยเฉพาะชนชั้นกลางผู้บริโภคเลือกเพลย์เซฟ เก็บเงินสดไว้ในมือลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารโดยตรง ยังมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวมากกว่าปี 2568 จากปัจจัยเสี่ยงทั้งความขัดแย้งชายแดน การส่งออกไม่แน่นอน และการแข่งขันจากต่างประเทศ ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐขาดความต่อเนื่อง เช่น โครงการคนละครึ่ง เมื่อสิ้นสุดลง ร้านอาหารจำนวนมากก็กลับมาซบเซาอีกครั้ง สะท้อนว่าหากนโยบายมีความต่อเนื่องอย่างน้อย 3-4 เดือน จะช่วยสร้างฐานลูกค้าประจำและพยุงธุรกิจได้ดีกว่า
นางฐนิวรรณ กล่าวว่า ภาคธุรกิจร้านอาหารหวังว่ารัฐบาลใหม่จะให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเมือง ความต่อเนื่องของนโยบาย และการสนับสนุนเชิงโครงสร้าง เพื่อประคองกำลังซื้อในประเทศ และสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจอาหารไทยในระยะยาวเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และมองไกลกว่าตลาดในประเทศ ด้วยการผลักดันธุรกิจอาหารและร้านอาหารไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการบูรณาการหน่วยงานรัฐที่มีอยู่ เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เป็นเพียงโครงการรัฐกำหนดฝ่ายเดียว
“ตลาดไทยมีแค่ 70 ล้านคน เทียบไม่ได้กับจีนหรืออินเดีย เราไม่ควรขายกันเองในประเทศอย่างเดียว อาหารไทยไปได้ทั่วโลก ถ้ารัฐช่วยบูรณาการหน่วยงานและเปิดทางให้ผู้ประกอบการระดับกลางเติบโตได้จริง รายได้ก็จะกลับเข้าประเทศจำนวนมาก” นางฐนิวรรณ กล่าว