ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้ปลายปี 2568 เงินทุนต่างชาติผันผวนตามทิศทางดอกเบี้ยโลกและค่าเงิน แม้เดือนธ.ค. เริ่มเห็นแรงซื้อกลับ แต่ภาพรวมทั้งปี SET Index ลดลงแรง ดันมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับน่าสนใจ

วันที่ 8 ม.ค. 2569 นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เดือนธ.ค. 2568 ตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียจากการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาภาพรวมของปี2568 ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ แสดงถึงความยืดหยุ่นทางนโยบาย (Policy space) ที่เริ่มจำกัด ทำให้เห็นสัญญาณเงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากหุ้นและพันธบัตรระยะสั้น

ในส่วนของดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวลงค่อนข้างมากจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์น่าสนใจ บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งจึงดำเนินการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารสภาพคล่องและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ลงทุน

นอกจากนี้ ในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ ผู้ที่สนใจการลงทุนระยะยาวอาจพิจารณาให้ความสำคัญกับกลุ่มหุ้นปันผล ทั้งนี้ Total Return Index (TRI) โดยเฉพาะ SETHD TRI สะท้อนผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สะสมมาอย่างสม่ำเสมอ

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนธันวาคม และปี 2568

โดย SET Index ปิดที่ 1,259.67 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า แต่ลดลง 10.0% จากสิ้นปี 2567 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี และ กลุ่มการเงิน

ส่วนมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 31,474 ล้านบาท ลดลง 22.7% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในปี 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่41,405 ล้านบาท

ขณะที่ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ6,202 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ยอดขายสุทธิสะสมทั้งปีอยู่ที่ 107,096 ล้านบาท

อย่างไรก็ดีผู้ลงทุนต่างประเทศ ยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 54.08% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 28.98% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 10.67% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.27%

สำหรับ ปี 2568 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน mai 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) (NTF)

สำหรับ Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 13.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 15.1 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 13.5เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 16.9 เท่า

ในส่วนอัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเดือนธ.ค. 2568 อยู่ที่ระดับ 4.04% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.85%

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนธ.ค. และปี 2568

โดยมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน430,800 สัญญา เพิ่มขึ้น 30.9%จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ Single Stock Futures SET50 Index Futures และ Currency Futures

ส่งผลให้ ในปี 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน416,352 สัญญา ลดลง 13.9%จากปีก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ Single Stock Futuresและ SET50 Index Futures

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน