กพท.เผยยื่นจดเครื่องบินใหม่ 85 ลำ รับช่วงขาขึ้น หลังปลดล็อกเกณฑ์อายุอากาศยานทุกประเภท คาดอุตสาหกรรมการบินไทยปี 2569 ขาขึ้น ฟื้นตัวเกินก่อนช่วงโควิด
นายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. เปิดเผยว่า ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดคลี่คลาย อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกกลับมาเติบโตอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนที่หันมาใช้การเดินทางทางอากาศมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของโลก ได้รับอานิสงส์อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ กพท. คาดการณ์ว่าในปี 2569 ปริมาณการเดินทางทางอากาศเข้า-ออกประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นเท่ากับหรือมากกว่าช่วงก่อนโควิดในปี 2562 ซึ่งขณะนั้นมีผู้โดยสารทางอากาศรวมประมาณ 161 ล้านคนต่อปี และมีเที่ยวบินให้บริการกว่า 1 ล้านเที่ยวบิน โดยตัวเลขในปี 2568 ที่มีผู้โดยสาร 145 ล้านคน ถือว่าเข้าใกล้ระดับก่อนเกิดวิกฤตอย่างมากแล้ว
สำหรับโครงสร้างผู้โดยสารในปี 2568 พบว่า เป็นผู้โดยสารภายในประเทศประมาณ 66 ล้านคน หรือคิดเป็น 46.4% ขณะที่ผู้โดยสารระหว่างประเทศมีเกือบ 77 ล้านคน หรือคิดเป็น 53.6% สะท้อนว่าการเดินทางระหว่างประเทศกลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
ยื่นจดเครื่องบินใหม่ 85 ลำ รับช่วงขาขึ้น
นายศรัณย กล่าวว่า ในปี 2569 คาดว่าการเติบโตจะมาจากผู้โดยสารระหว่างประเทศเป็นหลัก โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า สายการบินของประเทศไทยขนส่งผู้โดยสารจากต่างประเทศเข้าไทยในสัดส่วนกว่า 25% ส่วนที่เหลือเป็นสายการบินต่างชาติ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในระยะต่อไป สายการบินของไทยมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแผนขยายฝูงบินและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
ล่าสุด มีสายการบินสัญชาติไทยที่ประกอบกิจการในประเทศไทย ยื่นคำขอต่อ กพท. เพื่อขออนุญาตจดทะเบียนอากาศยานใหม่เข้าประจำฝูงบินในปี 2569 รวมกว่า 85 ลำ แบ่งเป็นอากาศยานพาณิชย์ของบริษัทแอร์บัส จำนวน 38 ลำ และของบริษัทโบอิ้ง จำนวน 22 ลำ ทั้งยังมีเฮลิคอปเตอร์อีก 12 ลำ และบอลลูนอากาศร้อน 2 ลำ เป็นต้นสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมการบินไทยในระยะข้างหน้า
“จากความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปัญหาที่สายการบินทั่วโลกเผชิญในช่วงก่อนหน้า ทำให้แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินจากนี้ไปเป็น “ขาขึ้น” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ กพท. จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบินสากล เพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในประเทศ”
ปลดล็อกเกณฑ์อายุอากาศยาน
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ได้มีมติเห็นชอบให้แก้ไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับอากาศยานที่ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือนจะจัดหามาใช้ จากเดิมที่มีการจำกัดอายุอากาศยาน เป็นการไม่จำกัดอายุอากาศยานทุกประเภท ทั้งอากาศยานปีกแข็งและเฮลิคอปเตอร์ โดยยังคงยึดมาตรฐานความปลอดภัยเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม การปลดล็อกข้อจำกัดดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการสายการบินหลายรายมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และเตรียมเช่าอากาศยานเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันอุตสาหกรรมการบินไทยให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2569